⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2541/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2541/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสซ้อนที่เกิดขึ้นภายหลังการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมเป็นโมฆะ แต่หากการสมรสซ้อนนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วด้วยเหตุแห่งความตายของคู่สมรสฝ่ายหนึ่งก่อนมีการฟ้องคดี การสมรสซ้อนนั้นย่อมไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของคู่สมรสฝ่ายเดิม และคู่สมรสฝ่ายเดิมจะไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสซ้อนนั้นเป็นโมฆะได้ หากมิได้แสดงให้เห็นว่าการสมรสซ้อนนั้นได้ก่อให้เกิดการโต้แย้งสิทธิของตน

ย่อคำพิพากษา

เดิม จ.จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ก่อนโจทก์บวชเป็นพระภิกษุและยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน ต่อมา จ.ได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีก หลังจากนั้น จ.ได้ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ชน โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับ จ.เป็นโมฆะ ดังนี้ เมื่อ จ.ได้ถึงแก่กรรมไปแล้วก่อนโจทก์ฟ้อง การสมรสระหว่างจำเลยกับ จ.ได้ขาดจากกันเพราะเหตุ จ.ถึงแก่ความตายมาตรา 1497 แล้ว เมื่อการสมรสซ้อนของจำเลยกับ จ.ขาดจากกันแล้วขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้ การสมรสซ้อนนั้นจึงไม่มีกระทบกระเทือนหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในฐานะคู่สมรสเดิมแต่อย่างใด และตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวแสดงว่าจำเลยได้กระทำการสิ่งใดอันเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์เช่นสิทธิในครอบครัวสิทธิในมรดกของผู้ตาย หรือสิทธิอื่นใด ซึ่งจะเป็นเหตุให้โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จึงถือว่าตามคำฟ้องไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง หมายเหตุ วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2521

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1445 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1488 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1497 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1445 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1488 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1490 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.1497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางจันทร์จรัส กวีสุทธิ อ่อนเจริญ ฤทธาภัย หรือ อึ่งไพร เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยจนทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๑๓ และอยู่กินฉันสามีภริยากัน ต่อมาโจทก์ได้บวชเป็นพระ ยังมิได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกันจนบัดนี้ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๙ นางจันทร์จรัสถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถชน โจทก์เพิ่งทราบว่าจำเลยกับนางจันทร์จรัสได้จดทะเบียนสมรสกันในวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๙ การจดทะเบียนสมรสระหว่างจำเลยกับนางจันทร์จรัสเป็นการจดซ้ำซ้อน ผิดเงื่อนไข มาตรา ๑๔๔๕ (๓) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือว่าเป็นโมฆะ ขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสระหว่างจำเลยกับนางจันทร์จรัสเป็นโมฆะ แบะให้เพิกถอนการสมรสระหว่างบุคคลทั้งสอง จำเลยให้การว่า จำเลยและนางจันทร์จรัสอยู่ร่วมบ้านเดียวกันฉันสามีภริยา ณ ที่บ้านนางจันทร์จรัสประมาณปีเศษ นางจันทร์จรัสเร่งเร้าให้จำเลยจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยจึงยอดจดทะเบียนสมรสกับนางจันทร์จรัสเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๙ ต่อมาวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๙ นางจันทร์จรัสได้ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ชน ส่วนโจทก์บวชเป็นพระภิกษุมาก่อนนางจันทร์จรัสได้ถึงแก่กรรมไม่น้อยกว่า ๔ ปีแล้ว เละแจ้งให้นางจันทร์จรัสมีสามีใหม่ได้ จะไม่สึกจากพระ เมื่อโจทก์ทราบว่านางจันทร์จรัสถึงแก่กรรมแล้วมีจุดประสงค์ต้องการเป็นผู้รับมรดกนางจันทร์จรัสในฐานะทายาทโดยธรรม จึงไม่มีความเหมาะสมและขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๒ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เดิมนางจันทร์จรัสผู้ตายจดทะเบียนสมรสกับโจทก์เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๑๓ และยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน ต่อมาวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๙ นางจันทร์จรัสผู้ตายได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยอีกเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๙ นางจันทร์จรัสได้ถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ชน คดีมีปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรสระหว่างจำเลยกับนางจันทร์จรัสผู้ตายได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวในที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าแม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๕ (๓) บัญญัติว่าการสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่ และมาตรา ๑๔๙๐ บัญญัติว่าการสมรสผิดบทบัญญัติมาตรา ๑๔๔๕ (๒) (๓) หรือ (๕) ให้ถือว่าเป็นโมฆะ และมาตรา ๑๔๘๘ บัญญัติว่าบุคคลใดจะอ้างว่าการสมรสเป็นโมฆะหรือโมฆียะไม่ได้ นอกจากศาลพิพากษาว่าเป็นเช่นนั้น แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๙๗ ก็ได้บัญญัติว่าความตายหรือการหย่าเท่านั้นเป็นเหตุให้ขาดจากการสมรส ฉะนั้น หากการสมรสซ้อนระหว่างจำเลยกับนางจันทร์จรัสผู้ตายยังมีอยู่ ย่อมเห็นได้ว่าการสมรสซ้อนเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในฐานะเป็นคู่สมรสเดิม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนการสมรสซ้อนนั้นได้ แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่านางจันทร์จรัสได้ถึงแก่กรรมไปแล้วก่อนโจทก์ฟ้อง การสมรสระหว่างจำเลยกับนางจันทร์จรัสได้ขาดจากกัน เพราะเหตุนางจันทร์จรัสถึงแก่ความตายตามมาตรา ๑๔๙๗ แล้ว เมื่อการสมรสซ้อนของจำเลยกับนางจันทร์จรัสขาดจากกันแล้วขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้ การสมรสซ้อนนั้นจึงไม่มีผลกระทบกระเทือนหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในฐานะคู่สมรสเดิมแต่อย่างใด และตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวแสดงว่าจำเลยได้กระทำการสิ่งใดอันเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์เช่นสิทธิในครอบครัว สิทธิในมรดกของผู้ตาย หรือสิทธิอื่นใด ซึ่งจะเป็นเหตุให้โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา ๕๕ จึงถือว่าตามคำฟ้องไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2541/2521 พระภิกษุเจริญ อ่อนเจริญ โจทก์ นายพัน อึ่งไพร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระภิกษุเจริญ อ่อนเจริญ · ล. - นายพัน อึ่งไพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · อุดม จาละ · ยง โรจนสุพจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพจิตร วิเศษโกสิน · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6306/2551ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 5531/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 3745/2530ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา