⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 355/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้รับเอาบุคคลภายนอกเข้าเป็นลูกหนี้แทนลูกหนี้เดิม และยอมรับเอาหนี้จากบุคคลภายนอกนั้นเป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ ลูกหนี้เดิมย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้นั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็คพิพาทชำระราคาสินค้าที่ตกลงซื้อจากโจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ต่อมาฝ่ายจำเลยติดต่อขายสินค้านั้นต่อให้กับ พ. และโจทก์ยอมรับเช็คจาก พ. ไว้เป็นการชำระราคาสินค้าที่ส่งขายให้แก่จำเลยไว้เดิม เช่นนี้แสดงว่าโจทก์ยอมรับเอา พ. เข้าเป็นลูกหนี้แทนที่จำเลยลูกหนี้เดิมแล้ว ย่อมเป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์อีก เพราะไม่มีลูกหนี้ที่จะเรียกร้องกันได้ต่อไปแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาปทุมวัน ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๗ สั่งจ่ายเงินจำนวน ๒๙,๐๐๐ บาท จำเลยเป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่ายเมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์ได้นำเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาปทุมวัน ปฏิเสธการจ่ายเงิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้รับเงินตามเช็ค จำเลยต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๗ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๘ เดือนเศษ เป็นเงิน ๑,๔๕๐ บาท จึงขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ๒๙,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๑,๔๕๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน ๒๙,๐๐๐ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๗ โจทก์ส่งตัวแทนมาติดต่อกับจำเลยเสนอขายวัตถุเคมี ๒ ชนิด เพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม คือ ติตาเนียนกับอีกชนิดหนึ่งชื่อทางภาษาจีนว่า "จุ้ยหุ้ง" แต่เมื่อส่งมอบตามที่ตกลงซื้อขายกัน โจทก์ส่งมอบเพียงติตาเนียนชนิดเดียว อีกชนิดหนึ่งขอส่งในภายหลัง จำเลยจึงได้จ่ายเช็คพิพาทลงวันที่ล่วงหน้าให้ไว้เป็นประกัน โจทก์จะนำไปรับเงินได้ต่อเมื่อส่งวัตถุเคมีอีกชนิดหนึ่งแก่จำเลยก่อนถึงวันกำหนดสั่งจ่ายในเช็ค แต่โจทก์เพิกเฉยไม่ส่งให้ตามข้อตกลง จำเลยจึงบอกเลิกการซื้อขายพร้อมกับส่งติตาเนียนคืนโจทก์และขอเช็คพิพาทคืน โจทก์ยังไม่ยอมคืนให้ ต่อมาโจทก์ขายติตาเนียนต่อให้นายไพโรจน์ จิรไกรศิริ นายไพโรจน์ได้ออกเช็คให้โจทก์ใหม่ จำนวนเงิน ๓๔,๐๗๕ บาท โจทก์รับเช็คของนายไพโรจน์แล้วยังคงยึดเช็คของจำเลยไว้ เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยระงับไปแล้ว ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีสิทธินำเช็คของจำเลยไปขึ้นเงินกับธนาคาร โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิจะเรียกร้องดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๗ จนถึงวันที่ชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงยุติว่า จำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ล่วงหน้าชำระราคาติตาเนียนจำนวน ๑ ตันที่ตกลงซื้อจากโจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ต่อมาฝ่ายจำเลยติดต่อขายติตาเนียนต่อให้นายไพโรจน์ จิรไกรศิริ จำเลยได้พานายไพโรจน์ไปตกลงกับโจทก์ โจทก์ยอมตกลงรับเช็คที่นายไพโรจน์สั่งจ่ายเองโดยนายไพโรจน์จะต้องจ่ายเป็นค่าทนายความร้อยละ ๑๐ ค่าดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ของราคาติตาเนียน เป็นเงิน ๒,๙๐๐ บาท และ ๑,๔๕๐ บาท กับค่าใช้จ่ายหากต้องฟ้องบังคับตามเช็คอีก ๗๒๕ บาท รวมไว้ในเช็คค่าติตาเนียนด้วย รวมเป็นเงิน ๓๔,๐๗๕ บาท นายไพโรจน์จึงออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด เลขที่ ข.๐๐๕๘๕๓๕ สั่งจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ไป วินิจฉัยว่าปรากฏว่าโจทก์ได้รับเช็คธนาคารไทยพาณิชย์เลขที่ ข. ๐๐๕๘๕๓๕ จำนวนเงิน ๓๔,๐๗๕ บาท จากนายไพโรจน์ จิรไกรศิริ (ตามที่โจทก์อ้างส่งศาล) ไว้เป็นการชำระราคาติตาเนียนที่ส่งขายให้แก่จำเลยไว้เดิมโดยบวกค่าทนาย ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายหากต้องฟ้องร้องบังคับคดีตามเอกสารหมาย ล.๑ ล.๒ รวมเข้าไว้ด้วย แสดงชัดอยู่ว่าโจทก์ยอมรับเอานายไพโรจน์เข้าเป็นลูกหนี้แทนที่จำเลยลูกหนี้เดิมแล้วตามข้อนำสืบของจำเลย จึงเป็นการแปลงหนี้โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๕๐ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์อีก เพราะไม่มีมูลหนี้ที่จะเรียกร้องได้ต่อไปแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2521 ห้างหุ้นส่วนจำกัดตังล้ง โดยนายศักดิ์ หลีอาภรณ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ นายชวน อัศวะเมธียานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดตังล้ง โดยนายศักดิ์ หลีอาภรณ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - นายชวน อัศวะเมธียานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 610/2520ฎีกา 6631/2568ฎีกา 621/2519ฎีกา 3833/2552ฎีกา 698/2537ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 425/2501ฎีกา 3329/2550ฎีกา 270/2496ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 306/2473
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา