⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 370/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาเงินของผู้เสียหายไปโดยที่ผู้เสียหายยังไม่ได้มอบการครอบครองให้แก่จำเลย ถือเป็นการลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายและจำเลยไปซื้อพริกด้วยกัน ขณะที่ผู้เสียหายกำลังก้มลงเลือกพริกอยู่ จำเลยบอกผู้เสียหายว่าเงินในกระเป๋าจะตกพร้อมกันหยิบเอาห่อพลาสติกซึ่งผู้เสียหายใส่เงิน 2,200 บาทจากกระเป๋าเสื้อของผู้เสียหายมาถือไว้ ผู้เสียหายจึงบอกให้จำเลยถือไว้ให้ดีอย่าให้ตกหาย แล้วเลือกพริกต่อไปอีกประมาณ 10 นาที เมื่อเงยหน้าขึ้นปรากฏว่าจำเลยเอาเงินของผู้เสียหายหลบหนีไปเสียแล้ว เช่นนี้ การครอบครองเงินจำนวนนี้ยังอยู่กับผู้เสียหาย การที่จำเลยเอาเงินของผู้เสียหายไป จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อปรากฏว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๙ เวลากลางวัน จำเลยได้ครอบครองและรักษาทรัพย์จำนวน ๒,๒๐๐ บาท ของนายพินหรือพลิน เสริมชื่อ ไว้แล้วบังอาจเบียดบังเอาเงินสดจำนวน ๒,๒๐๐ บาทไปเป็นของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสาม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าขณะที่ผู้เสียหายกำลังก้มลงเลือกพริกอยู่ จำเลยบอกผู้เสียหายว่าเงินในประเป๋าจะตก พร้อมกันนั้นจำเลยก็หยิบเอาห่อพลาสติกซึ่งผู้เสียหายใส่เงิน ๒,๒๐๐ บาท จากกระเป๋าเสื้อของผู้เสียหายมาถือไว้ ผู้เสียหายจึงบอกให้จำเลยถือไว้ให้ดี อย่าให้ตกหายแล้วก็เลือกพริกต่อไปอีกประมาณ ๑๐ นาที เมื่อเงยหน้าขึ้นจะเอาเงินจากจำเลยให้ค่าพริก ปรากฏว่าจำเลยเอาเงินของผู้เสียหายหลบหนีไปเสียแล้ว เช่นนี้ ผู้เสียหายมิได้มอบการครอบครอบเงิน จำนวน ๒,๒๐๐ บาทแก่จำเลย การครอบครองเงินจำนวนนี้ยังอยู่กับผู้เสียหาย ความผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้น ผู้กระทำความผิดต้องครอบครองตัวทรัพย์โดยเด็ดขาด การที่จำเลยเอาเงินของผู้เสียหายไปจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ศาลจะลงโทษไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2521 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นางพรม สัตตรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นางพรม สัตตรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · มาโนช จรมาศ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายมงคล ทับเที่ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายชูเชิด รักตะบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา