⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 45/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับจำนองไม่ยอมรับชำระหนี้และอ้างว่าทรัพย์สินที่รับจำนองเป็นของตนเอง ถือเป็นการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือทรัพย์สินแทนผู้รับจำนองเป็นการยึดถือเพื่อตนเอง และเป็นการแย่งการครอบครองของผู้รับจำนอง สิทธิในการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองจะสิ้นสุดลงหากไม่ฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

แม้เดิมจำเลยจะยึดถือที่พิพาทไว้เพื่อทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ อันเป็นการยึดถือไว้แทนนายยะและโจทก์ แต่เมื่อนายยะตาย โจทก์และทายาทของนายยะขอชำระหนี้เงินกู้เพื่อเอาที่พิพาทคืน จำเลยไม่ยอมรับชำระ โดยอ้างว่าที่นาเป็นของจำเลย ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวโจทก์และทายาทของนายยะว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะยึดถือที่พิพาทไว้แทนโจทก์และทายาทของนายยะ เป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไว้แทนมาเป็นการยึดถือเพื่อตน อันเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์ และจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา โจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ถูกแย่งการครอบครอง ย่อมหมดสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๖๘ เนื้อที่ ๑๐ ไร่เศษ เป็นของโจทก์และนายยะ โต๊ะเต๊ะ สามี ต่อมานายยะ โต๊ะเต๊ะ ถึงแก่กรรม โจทก์และบุตรโจทก์ ๔ คน รวมทั้งจำเลยด้วย ได้ครอบครองร่วมกันและแทนกันตลอดมา โจทก์และทายาทได้มอบให้จำเลยทำนาต่างดอกเบี้ย ที่ดินพิพาทนี้จำเลยได้ไปยื่นคำร้องขอออกโฉนดในนามของจำเลย โจทก์และเจ้าของกรรมสิทธิอื่นไปคัดค้าน โจทก์ให้จำเลยกันส่วนที่ดินส่วนของโจทก์ออก จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลพิพากษาแบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเอง เมื่อตกลงไม่ได้ก็ให้ประมูลเอาเงินมาแบ่งกันตามส่วนระหว่างทายาท จำเลยให้การว่า ก่อนนายยะสามีโจทก์ถึงแก่กรรมได้กู้เงินจำเลยไป ๒ ครั้ง รวม ๕,๒๐๐ บาท และนางเสียะ สิทธิสาคร ได้กู้เงินจำเลยไป ๓,๒๐๐ บาท โดยมีนายยะสามีโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อนายยะสามีโจทก์ถึงแก่กรรม จำเลยได้ทวงหนี้ที่นายยะสามีโจทก์ติดค้างและค้ำประกันจากทายาทของนายยะ ทายาทของนายยะไม่มีเงินชำระ ได้พร้อมกันยกมรดกของนายยะอันเป็นส่วนได้ของแต่ละคนให้เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทนับแต่วันที่นายยะถึงแก่กรรมจนถึงปัจจุบันด้วยความสงบและเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของ ไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องเป็นเวลาติดต่อกันนานประมาณ ๑๐ ปีแล้ว สินสมรสอันเป็นส่วนได้ของโจทก์ โจทก์ได้ยกให้จำเลยเป็นการใช้หนี้ที่โจทก์กู้จำเลยไปแล้วไม่มีเงินชำระ โดยยกให้กว่า ๑ ปีแล้ว และจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทส่วนนี้อย่างเป็นเจ้าของด้วยความสงบและเปิดเผยโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องเป็นเวลากว่า ๑ ปีแล้ว จำเลยไม่ได้ครอบครองที่พิพาทในฐานะทำกินต่างดอกเบี้ย คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยครอบครองนาพิพาทแทนทายาทไม่มีทางได้สิทธิครอบครอง คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้แบ่งนาพิพาทให้แก่โจทก์ตามส่วนได้ของโจทก์ ถ้าแบ่งไม่ได้ให้ประมูลระหว่างกันเองก่อน เมื่อตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลทั่วไป เอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ตามส่วนได้ของโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้การครอบครองของจำเลยภายหลังที่นายยะถึงแก่กรรมจะสืบเนื่องจากการครอบครองเพื่อทำกินต่างดอกเบี้ยตามสัญญากู้ นายยะก็ได้สั่งว่า นายยะถึงแก่กรรมและบรรดาบุตรไม่ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าว ก็ให้นาพิพาทตกเป็นของจำเลย เมื่อบรรดาบุตรของนายยะและโจทก์ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ให้จำเลย ก็เท่ากับว่าโจทก์และบรรดาบุตรของนายยะได้สละการครอบครองนาพิพาทมอบให้จำเลยเป็นการชำระหนี้โดยปริยาย การครอบครองของโจทก์และทายาทย่อมสิ้นสุดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗ นับแต่นั้นมาจำเลยครอบครองที่นาพิพาทโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนจำเลยย่อมได้สิทธิครอบครอง ทั้งปรากฎว่าก่อนฟ้องประมาณ ๒ - ๓ ปี โจทก์กับบุตรได้ไปขอไถ่นาพิพาทจากจำเลย จำเลยไม่ยินยอม อ้างว่านาพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์กับบุตรปล่อยให้จำเลยครอบครองนาพิพาทต่อมาโดยไม่ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ โจทก์ย่อมหมดสิทธิฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายยะได้กู้ยืมเงินของจำเลย รวม ๕,๒๐๐ บาท มอบนาพิพาทให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย เมื่อ ๒ - ๓ ปีมาแล้ว โจทก์และบุตรโจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนายยะเคยไปขอชำระเงินให้จำเลยเพื่อเอานาพิพาทคืน จำเลยไม่ยอมรับชำระ อ้างว่านาเป็นของจำเลยแล้ว ฉะนั้นแม้เดิมจำเลยจะยึดถือที่พิพาทไว้ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้อันเป็นการยึดถือไว้แทนนายยะและโจทก์ แต่เมื่อโจทก์และทายาทของนายยะขอชำระหนี้เงินกู้เพื่อเอาที่พิพาทคืน จำเลยไม่ยอมรับชำระโดยอ้างว่าที่นาเป็นของจำเลย ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวโจทก์และทายาทของนายยะว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะยึดถือที่พิพาทไว้แทนโจทก์และทายาทของนายยะเป็นการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไว้แทนมาเป็นการยึดถือเพื่อตน อันเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์ และจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา โจทก์มิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ถูกแย่งการครอบครอง ย่อมหมดสิทธิที่จะเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2521 นางเชียก โต๊ะเต๊ะ โจทก์ นางหลง หวาหาบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเชียก โต๊ะเต๊ะ · จำเลย - นางหลง หวาหาบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พานิชวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1712/2539ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 945/2537ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 6163/2537ฎีกา 805/2506ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา