⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 555/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อฟ้องบังคับจำนองและขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาดอีก เว้นแต่จะได้มีการฟ้องขอให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยด้วย

ย่อคำพิพากษา

คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยไถ่ถอนจำนอง ถ้าไม่ไถ่ถอนให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาด มิได้ขอด้วยว่าเมื่อบังคับจำนองเอาทรัพย์ซึ่งจำนองขายทอดตลาดได้ เงินสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระ ให้จำเลยรับผิดชอบใช้เงินที่ขาดอยู่จนครบและตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็มิได้พิพากษาให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยอีก ถือว่าเป็นการฟ้องบังคับจำนอง เมื่อขายทอดตลาดทรัยพ์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท โดยมีที่ดินจำนองเป็นประกัน ต่อมาได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีอีกในวงเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ ได้จำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยเบิกเงินเกินบัญชีรวมทั้งดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๘๑,๓๒๗.๔๕ บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ ๑๔ ต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสองไถ่ถอนจำนองที่ดินของจำเลยตามฟ้อง ถ้าไม่ไถ่ถอนก็ให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่ามิได้เป็นลูกหนี้ร่วม ไม่ต้องรับผิดหนี้ของจำเลยที่ ๑ ในส่วนเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินเบิกเงินเกินบัญชีรวมทั้งดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ ๑๔ ต่อปี รวมเป็นเงิน ๑๐๔,๒๗๓ บาท กับให้ชำระดอกเบี้ยทบต้นตามอัตราและต้นเงินดังกล่าวโดยไม่ทบต้นนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๙เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๑ จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จนครบ สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น ให้โจทก์บังคับการชำระหนี้เอากับ ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ก่อน หากขาดอยู่เท่าใดจึงให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ในจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยไม่ทบต้น นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ ๒ จะชำระหนี้เสร็จ คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา โดยโจทก์นำยึดที่ดินจำเลยที่ ๑ ขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามคำพิพากษา จึงให้นำยึดที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๒ เพิ่มเติม บุตรจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรมแล้วขอชำระต้นเงินจำนองพร้อมทั้งดอกเบี้ยโจทก์ยินยอม บุตรจำเลยที่ ๒ ได้ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองเป็นเงิน ๑๑๓ฐ๖๘๐.๗๐ บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่าต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๘ ที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์เป็นหนี้ ๒๒๖,๓๓๗.๘๗ บาท โจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๒ และยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ โจทก์มีสิทธิยึดทรัพย์อื่นเอาชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไป เพราะมิใช่บังคับจำนองแต่อย่างเดียว โจทก์ขอให้อายัดเงินฝากประจำของจำเลยที่ ๑ ซึ่งฝากไว้กับธนาคารนครหลวงไทย จำกัด จำนวน ๙๐,๐๐๐ บาท ไว้นานแล้ว โจทก์ขอให้เรียกเงินดังกล่าวมาเพื่อชำระหนี้ แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิเสธ จึงขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์อื่น ๆ ของจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไปจนครบ ศาลชั้นต้นสั่งว่าตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดมิได้พิพากษาว่าถ้าบังคับเอากับทรัพย์สินที่จำนองไม่พอชำระหนี้ ก็ให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๑ อีก ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับจำเลยไถ่ถอนจำนองถ้าไม่ไถ่ถอนให้ยึดทรัยพ์จำนองขายทอดตลาด มิได้ขอด้วยว่าเมื่อบังคับจำนองเอาทรัพย์ซึ่งจำนองขายทอดตลาดได้เงินสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ค้างชำระให้จำเลยรับผิดชอบใช้เงินที่ขาดอยู่จนครบ และตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็มิได้พิพากษาให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยอีก ถือว่าเป็นการฟ้องบังคับจำนอง เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2521 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ นางสุมิตรา บุญธัญญลักษณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - นางสุมิตรา บุญธัญญลักษณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · เพียร ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสม อินทร์พยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อรมสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 462/2550ฎีกา 1506/2542ฎีกา 171/2513ฎีกา 6789/2541ฎีกา 1055/2522ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 945/2504ฎีกา 1368/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1388/2500ฎีกา 3781/2545ฎีกา 684/2488ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1427/2514ฎีกา 403/2530ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา