คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ทำขึ้นนอกเหนือจากการเช่าตามปกติ เช่น สัญญาที่ผู้เช่าออกเงินช่วยค่าก่อสร้าง ถือเป็นบุคคลสิทธิ ผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเดิมเท่านั้น และไม่ผูกพันผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ย่อคำพิพากษา
เจ้าของที่ดินให้คนรับเหมาก่อสร้างตึกแถวยกให้เป็นของเจ้าของที่ดิน โดยผู้รับเหมาเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างแล้วเจ้าของที่ดินทำสัญญาให้เช่าตึกแถวโดยสัญญาเช่า 4 ฉบับ ฉบับละ 3 ปี สัญญาต่างตอบแทนนอกเหนือการเช่านี้เป็นบุคคลสิทธิ ผูกพันคู่สัญญาเท่านั้นเจ้าของที่ดินขายตึกแก่โจทก์สัญญาเช่าผูกพันโจทก์เพียง 3 ปี แม้โจทก์จะทราบข้อสัญญาระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้เช่าที่ออกเงินช่วยค่าก่อสร้างโจทก์ก็ขับไล่ผู้เช่าเมื่อพ้น 3 ปีแรกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาท ให้ใช้ค่าเช่าค้างและค่าเสียหาย 1,320 บาท กับเดือนละ 300 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าสัญญาเช่าฉบับที่ 3 ยังมีผลบังคับอยู่จนกว่าจะครบ 3 ปี โจทก์บอกเลิกก่อนนั้นไม่ได้ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีได้ความว่า นายกระแสร์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถวขึ้น 12 ห้องแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้นายบุญธรรมเจ้าของที่ดิน โดยให้นายกระแสร์เรียกค่าก่อสร้างตึกแถวนี้ได้ จำเลยได้ออกเงินช่วยค่าก่อสร้างนายกระแสร์ไป 24,000 บาท แล้วนายบุญธรรมให้จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถว 1 ห้อง มีกำหนด 12 ปี ทำสัญญาเป็นหนังสือ 4 ฉบับ ๆละ 3 ปีติดต่อกันไป เริ่มแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2510 แต่ไม่ได้จดทะเบียนการเช่าต่อมานายบุญธรรมขายตึกทั้งหมดให้แก่โจทก์ ขณะเมื่อจำเลยเช่าอยู่ตามสัญญาเช่าฉบับที่ 3 โจทก์จึงขอให้จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาเช่าที่ทำไว้กับนายบุญธรรมยังคงผูกพันโจทก์อยู่ คดีมีปัญหาตามโจทก์ฎีกาว่าสัญญาเช่าดังกล่าวผูกพันโจทก์อยู่หรือไม่
พิจารณาแล้ว เห็นว่าการที่จำเลยออกเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกพิพาทแก่ผู้ก่อสร้าง และผู้ก่อสร้างยกกรรมสิทธิ์ตึกพิพาทให้นายบุญธรรมเจ้าของที่ดิน แล้วนายบุญธรรมให้จำเลยทำสัญญาเช่าไปตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันเช่นนี้ สัญญาเช่าตึกพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างนายบุญธรรมกับจำเลยนอกเหนือจากการเช่าธรรมดา เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สัญญาดังกล่าวที่มีกำหนด 12 ปี คือ 4 ฉบับ ๆ ละ 3 ปีนั้นเป็นบุคคลมีสิทธิมีผลผูกพันจำเลยกับนายบุญธรรมอันเป็นคู่สัญญากันเท่านั้น จึงมีผลใช้บังคับต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนตึกพิพาทได้เพียง 3 ปี แม้โจทก์จะทราบว่านายบุญธรรมกับจำเลยมีข้อตกลงเช่ากันอยู่ 12 ปีก็ตาม เมื่อโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกพิพาทมาภายหลังกำหนด 3 ปีดังกล่าวแล้ว โจทก์ก็ไม่ถูกผูกพันที่จะให้จำเลยเช่าต่อไป ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2077/2514 คดีระหว่าง นายวรพันธ์ พงษ์ประวิตร โจทก์ นางแดง ศุขพิทักษ์ จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะอ้างสัญญาฉบับต่อ ๆ มาขึ้นต่อสู้โจทก์ได้"
พิพากษาแก้ บังคับตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2521
นายสุชาติ เลิศสุวรรณรัชต์ โจทก์
นายมานะ พัฒนศิริวิศว์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุชาติ เลิศสุวรรณรัชต์ · จำเลย - นายมานะ พัฒนศิริวิศว์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา