⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 651/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การริบทรัพย์เป็นโทษที่อยู่ในดุลพินิจของศาล และศาลจะริบทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบเท่านั้น หากโจทก์มิได้มีคำขอ ศาลจะริบทรัพย์นั้นไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ย่อคำพิพากษา

การริบทรัพย์เป็นโทษอย่างหนึ่ง การจะริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 เป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาล เมื่อโจทก์มิได้มีคำขอให้ริบธนบัตรของกลาง ศาลริบธนบัตรนั้นไม่ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรก โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์และธนบัตรฉบับละ 10 บาท 2 ฉบับที่เป็นธนบัตรของเจ้าพนักงานตำรวจมอบให้ผู้มีชื่อไปซื้อจากจำเลย และขอให้คืนธนบัตรดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานตำรวจ ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ก็ยืนยันเช่นนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าธนบัตรของกลางเป็นทรัพย์ของจำเลยได้มาจากการกระทำผิดจึงนอกฟ้อง และโจทก์เพิ่มเติมคำขอให้ริบของกลางเข้ามาในชั้นฎีกาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม.29

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์จำนวน ๕ หลอด หนัก ๐.๓๘ กรัมโดยมิได้รับอนุญาตและจำหน่ายเฮโรอีนนั้นให้แก่นายเดชาโดยฝ่าฝืนกฎหมายเจ้าพนักงานจับจำเลยยึดได้เฮโรอีน ๓ หลอดซึ่งเหลือจากการขาย กับธนบัตรฉบับละ ๑๐ บาท ๒ ฉบับที่เป็นธนบัตรของเจ้าพนักงานตำรวจมอบให้นายเดชาไปซื้อเฮโรอีนจากจำเลย และได้เฮโรอีน ๒ หลอดที่จำเลยขายให้แก่นายเดชาเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ริบของกลาง เว้นแต่ธนบัตรฉบับละ ๑๐ บาท ๑ ฉบับ คืนเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ ฯลฯ ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกกระทงละ ๕ ปีรวม ๑๐ ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๕ ปี ริบเฮโรอีนของกลาง ส่วนธนบัตรฉบับละ ๑๐ บาท ๒ ฉบับของกลาง เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยแล้ว โจทก์ไม่ได้ขอให้ริบ ทั้งโจทก์ไม่มีอำนาจขอให้คืนแก่เจ้าพนักงานตำรวจได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ จึงให้คืนแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลสั่งคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าพนักงานตำรวจ เพราะเป็นทรัพย์ส่วนตัวของเจ้าพนักงานตำรวจ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลสั่งคืนธนบัตรของกลางให้แก่จำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ขอให้สั่งริบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ของกลางซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ ๑๐ บาท จำนวน ๒ ฉบับ โจทก์บรรยายฟ้องว่าเป็นของเจ้าพนักงานตำรวจและมีคำขอให้ศาลสั่งคืนแก่เจ้าพนักงานตำรวจ ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ก็ยืนยันเช่นนั้น การที่โจทก์ฎีกาว่าธนบัตรของกลางเป็นทรัพย์ของจำเลยได้มาจากการกระทำผิดจึงนอกฟ้องและโจทก์เพิ่มเติมคำขอให้ริบของกลางเข้ามาในชั้นฎีกาหาได้ไม่ การริบทรัพย์เป็นโทษอย่างหนึ่ง การจะริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ เป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาล เมื่อโจทก์มิได้มีคำขอให้ริบของกลางศาลริบธนบัตรนั้นไม่ได้ เพราะเป็นการเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคแรก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางอำไพ สุดใจงาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางอำไพ สุดใจงาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา