⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 655/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นฎีกาไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแพ้คดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ในชั้นฎีกาจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 247 คือการยื่นฎีกาไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ย่อมที่จะขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะได้รับชำระหนี้หรือทรัพย์สินที่ลูกหนี้นำมาวางและออกใบรับให้ กับมีอำนาจที่จะยึดหรืออายัดและยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ และมีอำนาจที่จะเอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาด ทั้งมีอำนาจที่จะจำหน่ายทรัพย์สินหรือเงินรายได้จากการนั้น และดำเนินวิธีการบังคับทั่ว ๆ ไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี คดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ไปจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ขอทุเลาการบังคับเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ไป การบังคับคดีเป็นอำนาจและหน้าที่ของศาลชั้นต้น ถึงแม้จำเลยที่ 1 ไม่ขอทะเลาการบังคับ ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจดำเนินการบังคับคดีไปตามปกติ เช่นจะสั่งงดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) ก็ทำได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา แต่มิได้ขอทุเลาการบังคับ คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการจ่ายเงินแก่โจทก์เพื่อรอฟังผลคดีถึงที่สุดโดยอ้างว่า ถ้าให้โจทก์ได้รับเงินไป เมื่อในที่สุดศาลฎีกาพิพากษากลับให้จำเลยชนะคดีจะทำให้จำเลยเสียหาย ศาลชั้นต้นนัดพร้อมแล้วมีคำสั่งให้งดการจ่ายเงินแก่โจทก์ไว้ก่อนจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา เว้นแต่โจทก์จะหาหลักทรัพย์หรือบุคคลมาค้ำประกันต่อศาลจึงจะพิจารณาจ่ายต่อไป โจทก์นำบุคคลพร้อมด้วยหลักทรัพย์มาเป็นหลักประกันการรับเงินต่อศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่โจทก์แสดงมีราคาสูงกว่าจำนวนเงินที่โจทก์ขอรับ จึงขออนุญาตให้โจทก์รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไปได้โดยให้โจทก์จัดการให้ผู้เป็นเจ้าของหลักทรัพย์ทำสัญญาประกันความเสียหายไว้ต่อศาล จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองแพ้คดีทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ในชั้นฎีกาจำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา ๒๔๗ คือการยื่นฎีกาไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ย่อมที่จะขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๘ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานเป็นผู้แทนเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอันที่จะได้รับชำระหนี้หรือทรัพย์สินที่ลูกหนี้นำมาวางและออกใบรับให้ กับมีอำนาจที่จะยึดหรือาอยัดและยึดถือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ และมีอำนาจที่จะเอาทรัพย์สินเช่นว่านี้ออกขายทอดตลาด ทั้งมีอำนาจที่จะจำหน่ายทรัพย์สินหรือเงินรายได้จากการนั้น และดำเนินวิธีการบังคับทั่ว ๆ ไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี คดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ไปจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ขอทุเลาการบังคับ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ไป แต่การบังคับคดีเป็นอำนาจและหน้าที่ของศาลชั้นต้น ถึงแม้จำเลยที่ ๑ จะไม่ขอทุเลาการบังคับ ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจดำเนินการบังคับคดีไปตามปกติ เช่นจะสั่งงดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒ (๒) ก็ทำได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับเงินที่ขายทอดตลาดส่วนหนึ่งไปจากศาลได้ โดยให้โจทก์ทำสัญญาประกันและวางหลักทรัพย์เกินกว่าจำนวนเงินที่โจทก์จะขอรับไปจากศาล จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่เป็นผลดีแก่จำเลยที่ ๑ แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2521 นางแจ่มจันทร์ วงศ์หาญ โจทก์ นางสุภาพร ผลดีเยี่ยม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแจ่มจันทร์ วงศ์หาญ · จำเลย - นางสุภาพร ผลดีเยี่ยม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5801/2538ฎีกา 1339/2499ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1763/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 4041/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 39/2524ฎีกา 5150/2552ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา