⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 928/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริษัทจำกัดที่เข้ามารับช่วงดำเนินการจัดสรรที่ดินต่อจากห้างหุ้นส่วน ย่อมต้องรับผิดตามสัญญาที่ห้างหุ้นส่วนได้ทำไว้กับผู้เช่าซื้อ แม้บริษัทจะมิได้ลงนามในสัญญาดังกล่าวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญา โดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์ และที่ดินที่จำเลยร่วมกันจัดสรรทุกแปลง จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามสัญญา เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ได้มีการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 2 ขึ้นก่อน ต่อมามีความจำเป็นต้องใช้ทุนมาก จึงได้จัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ขึ้น แต่ก็มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายที่ดินเช่นเดียวกัน จำเลยที่ 1 ได้ออกใบรับเงินค่าเช่าซื้อที่ดินให้โจทก์หลายฉบับ และยังมีหนังสือถึงโจทก์เกี่ยวกับการทำถนนและท่อระบายน้ำชี้แจงให้โจทก์ทราบว่า ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำแล้ว โดยกรรมการผู้จัดการลงชื่อและประทับตราบริษัทจำเลยที่ 1 ในหนังสือนั้น เห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมรับเอากิจการจัดสรรที่ดินของจำเลยที่ 2 มาดำเนินการร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย และยินยอมที่จะปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับโจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างฯ จำเลยที่ 2 ซึ่งจะต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ จำเลยที่ 2 โดยไม่มีจำกัดจำนวน จึงต้องรับผิดเป็นส่วนตัวร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วย ดังนั้น โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ได้ เหตุที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดี จำเลยจะต้องให้การโดยชัดแจ้ง เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การไว้ การนำสืบถึงประเด็นนั้นจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไว้ รับฟังไม่ได้ นับตั้งแต่จำเลยจัดสรรที่ดินให้เช่าซื้อ และโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อจนส่งเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนเป็นเวลาหลายปี จำเลยมีโอกาสขวนขวายจัดหาซื้อวัสดุก่อสร้างเตรียมไว้ดำเนินการตามสัญญาเช่าซื้อได้ การที่วัสดุก่อสร้างมีราคาแพงขึ้น มิใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้เสียทีเดียว ในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย และจำเลยหลุดพ้นจากการชำระหนี้ เมื่อจำเลยไม่จัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดต่อโจทก์ ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ ให้เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเช่าซื้อภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรค 2 บัญญัติถึงกรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำการอันใดอันหนึ่ง เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้น โดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่โจทก์มิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่า หากจำเลยไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำให้โจทก์ ให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น ที่ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ทำให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรค 2 จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ส่วนที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันเสียเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ด้วยนั้น ตามสัญญาเช่าซื้อมีว่า "หากผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดยอมให้ผู้เช่าซื้อฟ้องร้องเรียกเบี้ยปรับ และให้บังคับตามกฎหมาย ทั้งยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไปแล้วอีกโสดหนึ่งด้วย" สัญญาเช่าซื้อระบุชัดเช่นนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาคือ ทำถนนคอนกรีต ท่อระบายน้ำ และเรียกร้องเอาเบี้ยปรับได้ทั้งสองกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 วรรคแรก สัญญาเช่าซื้อมีข้อความว่า "ยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไป" หมายความว่า จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเงินเท่ากับเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระให้จำเลยไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.210 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.218 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.350 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๓ เป็นกรรมการจัดการ มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทแต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๒ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีวัตถุประสงค์ทำการซื้อขายที่ดิน อาคารบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ โจทก์ได้เช่าซื้อที่ดินจัดสรรของจำเลยทั้งสาม ซึ่งจำเลยแบ่งขายตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยทั้งสามในฐานะผู้ให้เช่าซื้อต้องทำถนนคอนกรีตติดตั้งสายเมนไฟฟ้า เมนประปา และทำท่อระบายน้ำ ผ่านที่ดินทุกแปลงให้แล้วเสร็จก่อนการผ่อนส่งเงินหมดเป็นอย่างช้า หากผิดสัญญายอมให้ผู้เช่าซื้อฟ้องเรียกร้องเบี้ยปรับ และให้บังคับได้ตามกฎหมาย ทั้งยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกเท่าหนึ่งของจำนวนเงิน ซึ่งผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้ออีกโสดหนึ่งด้วย นับแต่เช่าซื้อโจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินที่เช่าซื้อ ปลูกบ้านอยู่อาศัย และชำระเงินครบถ้วน จำเลยทั้งสามได้จะทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์แล้ว แต่จำเลยทั้งสามผิดสัญญา ไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินโจทก์ และที่ดินที่จำเลยร่วมกันจัดสรรทุกแปลงให้แล้วเสร็จก่อนการผ่อนส่งเงินหมดเป็นอย่างช้า ทำให้โจทก์เสียหายในการใช้ถนนหน้าที่ดินของโจทก์ เพื่อออกไปสู่ถนนหลวง ทำให้รถยนต์เสียหายและน้ำท่วมที่ดินของโจทก์ ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตายหมด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสามจัดการทำถนนและท่อระบายน้ำ แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ดินไปเป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันทำถนนคอนกรีต และท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน ๑ เดือน นับแต่วันศาลพิพากษา ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันชำระเบี้ยปรับให้โจทก์เป็นเงิน ๑๓๙,๔๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยทั้งสามไม่ได้ร่วมกันหรือแทนกันในการจัดสรรที่ดิน จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ จำเลยที่ ๓ กระทำแทนจำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ เคลือบคลุม จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญากับบริษัทรับเหมาให้มาทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตลอดหน้าที่ดินที่จัดสรรทั้งหมด แต่หลังจากโจทก์และจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาเช่าซื้อกันวัสดุก่อสร้างราคาแพงขึ้น และบางอย่างหาไม่ได้ บริษัทรับเหมาต้องหยุดงาน นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยที่ ๒ จึงหลุดพ้นจากความรับผิด และตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับได้เท่ากับเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระแล้วเป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาทเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจัดการทำถนนและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อให้เสร็จเรียบร้อยภายในกำหนด ๑ เดือน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา หากจำเลยไม่ทำให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ วรรคสอง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยทั้งสามเคลือบคลุม เห็นว่า จำเลยที่ ๓ แต่ผู้เดียวต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ เคลือบคลุม จึงต้องพิจารณาเฉพาะฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ ว่า เคลือบคลุมหรือไม่เท่านั้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญา โดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์ และที่ดินที่จำเลยร่วมกันจัดสรรทุกแปลง จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามสัญญา เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๓ แล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ และจำเลยที่ ๓ กระทำการแทนจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคล จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เห็นว่า ได้มีการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดสุขสันต์ที่ดินจำเลยที่ ๒ ขึ้นก่อน ต่อมามีความจำเป็นต้องใช้ทุนมาก จึงได้จัดตั้งบริษัท อ.สุขสันต์พาณิชย์ จำกัด จำเลยที่ ๑ ขึ้น แต่ก็มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายที่ดินเช่นเดียวกัน จำเลยที่ ๑ ได้ออกใบรับเงินค่าเช่าซื้อที่ดินให้โจทก์หลายฉบับ และยังมีหนังสือถึงโจทก์เกี่ยวกับการทำถนนและท่อระบายน้ำ ชี้แจงให้โจทก์ทราบว่าได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำแล้ว โดยกรรมการผู้จัดการลงชื่อและประทับตราบริษัทจำเลยที่ ๑ ในหนังสือนั้น เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๑ ยินยอมรับเอากิจการจัดสรรที่ดินของจำเลยที่ ๒ มาดำเนินการร่วมกับจำเลยที่ ๑ ด้วย และยินยอมที่จะปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๒ ทำไว้กับโจทก์ แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างฯ จำเลยที่ ๒ ซึ่งจะต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ จำเลยที่ ๒ โดยไม่มีจำกัดจำนวน จึงต้องรับผิดเป็นส่วนตัวร่วมกับจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ได้ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยทั้งสามไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยมิได้ผิดสัญญาและการชำระหนี้เป็นการพ้นวิสัย เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อโดยไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำให้เสร็จก่อนการผ่อนส่งเงินหมดเป็นอย่างช้า โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วน และจำเลยได้แบ่งแยกโฉนดที่ดินให้โจทก์แล้วก็ไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ จำเลยให้การแต่เพียงว่า หลังจากที่จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์แล้ว เกิดภาวะของแพงและวัสดุสำหรับก่อสร้างบางอย่างหาซื้อไม่ได้ และจำเลยได้ว่าจ้างผู้รับเหมาทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ แต่ผู้รับเหมาละทิ้งการงานเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะปฏิบัติการตามสัญญาได้ จำเลยไม่ต้องรับผิด จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญาเพราะเหตุที่ผู้เช่าซื้อที่ดินทั้งหมดยังผ่อนชำระค่าเช่าซื้อไม่หมด จำเลยยังไม่มีหน้าที่ต้องทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตามสัญญาเช่าซื้อ เหตุที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดี จำเลยจะต้องให้การโดยชัดแจ้ง การที่จำเลยนำสืบว่าผู้เช่าซื้อที่ดินจากจำเลยทั้งหมดยังผ่อนชำระค่าเช่าซื้อไม่หมด จำเลยยังไม่มีหน้าที่ต้องทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตามสัญญาเช่าซื้อ จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไว้รับฟังไม่ได้ ส่วนที่ให้จำเลยนำสืบว่า เหตุที่ยังไม่ได้ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ เพราะวัสดุแพงขึ้น และหาซื้อได้ยาก ผู้รับเหมาก่อสร้างมิได้ทำการก่อสร้างเพราะวัสดุก่อสร้างราคาแพงขึ้น และหาซื้อได้ยาก การชำระหนี้เป็นการพ้นวิสัยนั้น เห็นว่านับตั้งแต่จำเลยจัดสรรที่ดินให้เช่าซื้อ และโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อจนส่งเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนเป็นเวลาหลายปี จำเลยมีโอกาสขวนขวายจัดหาซื้อวัสดุก่อสร้างเตรียมไว้ดำเนินการตามสัญญาเช่าซื้อได้ การที่วัสดุก่อสร้างมีราคาแพงขึ้น มิใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้เสียทีเดียว กรณีเช่นนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย อันจะทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย และจำเลยหลุดพ้นจากการชำระหนี้ เมื่อจำเลยไม่จัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า หากจำเลยไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ ให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ วรรค ๒ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ให้เสร็จเรียบร้อย ตามสัญญาเช่าซื้อภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ วรรค ๒ บัญญัติถึงกรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำการอันใดอันหนึ่ง เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่โจทก์มิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำ โดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น ที่ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ทำ ให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำ โดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๑๓ วรรค ๒ จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ส่วนที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันเสียเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ด้วยนั้น เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อมีข้อความว่า "หากผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด ยอมให้ผู้เช่าซื้อฟ้องร้องเรียกเบี้ยปรับและให้บังคับตามกฎหมาย ทั้งยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไปแล้วอีกโสดหนึ่งด้วย" สัญญาเช่าซื้อระบุชัดเช่นนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญา คือถนนคอนกรีต ท่อระบายน้ำ และเรียกร้องเอาเบี้ยปรับได้ทั้ง ๒ กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๑ วรรคแรก ศาลมีอำนาจพิพากษาบังคับจำเลยตามคำขอของโจทก์ได้ทั้ง ๒ กรณี ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ควรได้เบี้ยปรับเงิน ๑๓๙,๔๑๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นั้น เห็นว่า สัญญาเช่าซื้อมีข้อความว่า "ยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไป" หมายความว่า จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเงินเท่ากับเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระให้จำเลยไป เงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระให้จำเลยรับไปแล้วเป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท โจทก์มีสิทธิได้เบี้ยปรับเป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท และโจทก์ควรได้รับดอกเบี้ยในจำนวนเงินดังกล่าวด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่าหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อให้เสร็จเรียบร้อยภายในกำหนด ๑ เดือน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเบี้ยปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๖๙,๗๐๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521 นายอดุลย์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม โจทก์ บริษัท อ.สุขสันต์พาณิชย์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอดุลย์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม · จำเลย - บริษัท อ.สุขสันต์พาณิชย์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1479/2526ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา