⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1189/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในส่วนอาญาว่าที่พิพาทมิใช่ของโจทก์แล้ว ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาจำต้องถือตามคำวินิจฉัยนั้น จะฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุก ขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก และให้จำเลยออกไปจากที่พิพาทตลอดจนชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นั้น เมื่อคำพิพากษาส่วนอาญาศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้เป็นที่ยุติแล้วว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ดังนี้ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาจำต้องถือตาม จะฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่ (อ้างฎีกาที่ 1172/2513)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ส.ค. ๑ เลขที่ ๒๑ อยู่ที่บ้านส่อง ตำบลดอน อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นของโจทก์ ต่อมาปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ยึดถือ ส.ค. ๑ ไว้ โจทก์ไม่ทราบว่าได้มาอย่างไร โจทก์มิได้ขายที่ดังกล่าวแก่จำเลยที่ ๑ เมื่อวันใดไม่ปรากฏระหว่างวันที่ ๑๐ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๒ บุกรุกเข้าไปปลูกพริก มะเขือ ข้าวโพด และแตงกวา เป็นเนื้อที่ประมาณ ๒ งาน โดยจำเลยที่ ๑ ใช้ให้ทำเพื่อถือการครอบครองเป็นเจ้าของ เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๓ ให้จำเลยทั้งสองออกไปจากที่พิพาท คืน ส.ค. ๑ ให้โจทก์ และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยซื้อจากโจทก์ราคา ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมา จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้ให้จำเลยที่ ๒ เข้าทำประโยชน์แทน ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ตาย คดีอาญาสำหรับจำเลยที่ ๒ จึงระงับไป สำหรับคดีแพ่ง ไม่มีผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าโจทก์ขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๑ แล้วที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ปัญหาที่โจทก์ยกขึ้นอุทธรณ์ในคดีอาญาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่ต้องวินิจฉัย สำหรับคดีแพ่ง พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเฉพาะคดีแพ่งว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาปมระมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยได้เป็นยุติแล้วว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ศาลฎีกาก็จำต้องถือตามจะฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2522 นางชุ่ม สนผักแว่น โดย นางโต๊ะ จิตรกระโทก ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางโปย ช่วยผักแว่น กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชุ่ม สนผักแว่น โดย นางโต๊ะ จิตรกระโทก ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นางโปย ช่วยผักแว่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จำรัส เขมะจารุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ ไพเราะ · ศาลอุทธรณ์ - นายโกวิท สุนทรขจิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5735/2538ฎีกา 481/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา