คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทรัพย์สินที่เช่าถูกลักไปโดยคนร้ายในที่เปลี่ยวซึ่งผู้เช่าไม่อยู่ในวิสัยที่จะป้องกันได้ แม้จะมีฝนตกและไฟดับ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเช่าหม้อแปลงไฟฟ้าจากโจทก์แล้วถูกคนร้ายลักเอาไป ตามสัญญาผู้เช่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นเว้นแต่เหตุสุดวิสัย แต่หม้อแปลงไฟฟ้าที่จำเลยเช่าติดตั้งอยู่ในที่เปลี่ยวนอกที่ดินจำเลยห่างบ้านจำเลยถึงครึ่งกิโลเมตรเศษ จำเลยไม่อยู่ในวิสัยที่จะป้องกันมิให้คนร้ายลักเอาหม้อแปลงไฟฟ้าในยามวิกาล ขณะเกิดเหตุฝนตกลมแรงซึ่งปกติไฟดับได้ การที่จำเลยไม่ออกไปตรวจดูในขณะนั้นจะถือว่าจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายไม่ได้ การที่คนร้ายลักหม้อแปลงไฟฟ้าในกรณีเช่นนี้จึงเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งจำเลยไม่อาจป้องกันได้ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก้โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าหม้อแปลงไฟฟ้า ๑ เครื่องจากโจทก์ ราคา ๑๖,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปใช้ไฟฟ้า ณ บ้านพักจำเลยในอัตราค่าเช่าเดือนละ ๒๖๐ บาท ในสัญญาเช่าระบุว่า ผู้เช่ามีหน้าที่ดูแลรักษาหม้อแปลงที่เช่า หากเกิดความชำรุดเสียหายขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้เช่าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เว้นแต่เป็นเหตุสุดวิสัย ต่อมาหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวถูกคนลักขโมยไป โดยจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างวิญญูชนจะพึงกระทำออกไปตรวจดูเสียบ้าง ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าได้เช่าหม้อแปลงไฟฟ้าจากโจทก์ตามฟ้องจริง แต่หม้อแปลงที่จำเลยเช่าติดตั้งในที่เปลี่ยวห่างบ้านจำเลยมากเกินความสามารถของจำเลยจะดูแลรักษาประกอบกับเหตุลักทรัพย์เกิดในเวลาวิกาล ฝนตก เป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดขอให้พิพากษายกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่หม้อแปลงไฟฟ้าถูกคนร้ายลักไม่เป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับสั่งอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่คนร้ายลักหม้อแปลงไฟฟ้าไปเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ปัญหาว่าการที่คนร้ายลักหม้อแปลงไฟฟ้าไปเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมาว่า หม้อแปลงไฟฟ้าติดตั้งไว้กับเสาไฟฟ้าแรงสูงอยู่สูงจากพื้นดินมาก และอยู่ในที่เปลี่ยวห่างบ้านจำเลย ๕๕๔ เมตร ติดตั้งนอกที่ดินผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งตามปกติโจทก์มีหน้าที่ดูแลรักษา ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาเลย ๒๓ นาฬิกาไปแล้ว มีฝนตกหนักลมแรงซึ่งปกติมักเป็นเหตุให้ไฟดับ การที่คนร้ายจะมาลักหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ศาลฎีกาเห็นว่าหม้อแปลงไฟฟ้าติดตั้งอยู่ในที่เปลี่ยวนอกที่ดินจำเลย และห่างบ้านจำเลยถึงครึ่งกิโลเมตรเศษจำเลยไม่อยู่ในวิสัยที่จะป้องกันมิให้คนร้ายลักเอาหม้อแปลงไฟฟ้าในยามวิกาล ขณะเกิดเหตุฝนตกหนักลมแรงซึ่งตามปกติไฟดับได้ การที่จำเลยไม่ออกไปตรวจดูในขณะนั้นจะถือว่าจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายไม่ได้ การที่คนร้ายลักหม้อแปลงไฟฟ้าไปในกรณีเช่นนี้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งจำเลยไม่อาจป้องกันได้ จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2522
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์
นายจำรัส โกมุทกลาง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · ล. - นายจำรัส โกมุทกลาง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายชวเลิศ โสภณวัต · ศาลอุทธรณ์ - นายเริ่ม ธรรมดุษฎี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา