คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นถึงการมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว การนำตัวอย่างเฮโรอีนไปให้ดูเพื่อการขาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจำหน่ายเฮโรอีน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยติดต่อขายเฮโรอีนให้ตำรวจ นัดเวลาและสถานที่ดูเงินที่ท้ายรถและติดตามนำเฮโรอีนไปส่งที่รถ ดังนี้ จำเลยเป็นตัวการไม่ใช่ผู้สนับสนุนการจำหน่ายเฮโรอีน
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนการมีและจำหน่ายเฮโรอีนจึงเป็นจำนวนเดียวกัน เป็นความผิดกรรมเดียวรวมทั้งการเอาตัวอย่างเฮโรอีนให้ดูอันเป็นส่วนหนึ่งของการขายเฮโรอีน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2465 มาตรา 4 ทวิ, 14, 20 ทวิ, 29 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 6, 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกฐานมียาเสพติดให้โทษเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย 20 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 10 ปีลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 2 กระทง 20 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นความผิดกระทงเดียวตามมาตรา 20 ทวิ ฉบับที่ 4 มาตรา 6 จำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นสายให้ตำรวจ แต่กลับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบมาว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนติดต่อขายเฮโรอีนให้จ่าสิบตำรวจสนุ่น ได้พาไปดูตัวอย่างเฮโรอีน นัดแนะพบปะเจรจากันตามเวลาและสถานที่ต่าง ๆ เป็นคนไปดูเงินที่ท้ายรถ และติดตามนำเฮโรอีนไปส่งให้ที่รถ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เป็นแต่เพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดมิใช่ตัวการ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ 2 ติดต่อขายเฮโรอีนให้จ่าสิบตำรวจสนุ่นตั้งแต่ต้นตลอดมาจนถึงมีการตกลงซื้อขายส่งมอบเฮโรอีนให้แก่กันนั้น จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำโดยตลอด การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำในฐานะตัวการ มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิดใด อันจะเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดดังจำเลยต่อสู้ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น
ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดสองกรรม ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยกับพวกร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนหนัก 1,332.52 กรัมให้จ่าสิบตำรวจสนุ่น เฮโรอีนที่จำเลยกับพวกร่วมกันจำหน่ายนี้มีเพียงจำนวนเดียว โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าวนั้น เฮโรอีนที่จำเลยกับพวกมีไว้และจำหน่ายจึงเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกันนั่นเอง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดแต่เพียงกรรมเดียว เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2664/2520 ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์นายสุพันธ์ บินซามัน จำเลย ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยกับพวกเอาตัวอย่างเฮโรอีนให้จ่าสิบตำรวจสนุ่นดูก่อนตกลงซื้อขายเป็นความผิดกรรมหนึ่งก่อนแล้วศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขายเฮโรอีนนั่นเองจึงรวมอยู่ในความผิดกรรมเดียวกัน จำเลยหามีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายอีกกรรมหนึ่งไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ 1198/2519ที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ เพราะเฮโรอีนของกลางในคดีดังกล่าวซึ่งจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายนั้นมีทั้งเฮโรอีนที่จำเลยขายไปแล้ว และเฮโรอีนที่จำเลยยังไม่ได้ขาย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2522
อัยการกรมอัยการ โจทก์
นายไพยูร ยอมาดาร์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายไพยูร ยอมาดาร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ · สันติ์ ธีรนิติ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา