⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1449/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 125 ไม่ได้มีบทบัญญัติให้เป็นที่สุด การที่โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีผลเพียงให้การดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์เป็นอันระงับตามมาตรา 126 เท่านั้น หาได้มีผลให้สิทธิของโจทก์ในอันที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้นระงับไปด้วยไม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นที่สุด ทั้งโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว เป็นเหตุให้คดีระงับไปตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 126 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้เป็นฎีกาในปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็ฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้ คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. มาตรา 125 ไม่มีบทบัญญัติให้เป็นที่สุด คำสั่งดังกล่าวจึงไม่เป็นที่สุด การที่โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีผลเพียงให้การดำเนินคดีอาญาต่อโจทก์เป็นอันระงับตามมาตรา 126 เท่านั้น หามีผลให้สิทธิของโจทก์ในอันที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้นระงับไปด้วยไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.125 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.126

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้มีคำสั่งชี้ขาดว่าการที่โจทก์เลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ให้โจทก์รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานและจ่ายค่าจ้างระหว่างเลิกจ้าง คำสั่งชี้ขาดของจำเลยดังกล่าวไม่ถูกต้องตรงกับความจริง เป็นการไม่ชอบ เพราะโจทก์เลิกจ้างลูกจ้างของโจทก์ เนื่องจากโจทก์ยุบแผนกที่ลูกจ้างทำอยู่แล้ว ให้ลูกจ้างในแผนกนั้นไปทำแผนกอื่น แต่ลูกจ้างไม่ยอม หาได้เลิกจ้าง เพราะเหตุที่ลูกจ้างร่วมยื่นข้อเรียกร้องและนัดหยุดงาน หรือเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่ อย่างไรก็ดีโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งและถือว่าการที่โจทก์เลิกจ้างเป็นการถูกต้อง ให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยทุกคนให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะคำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด และโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว เรื่องจึงระงับไปตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๖ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย ออกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทุกคนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นที่สุด ทั้งโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นแล้ว เป็นเหตุให้คดีระงับไปตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๖ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็ฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้ คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๒๕ ไม่มีบทบัญญัติให้เป็นที่สุด คำสั่งดังกล่าวจึงไม่เป็นที่สุด การที่โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นมีผลเพียงให้การดำเนินคดีอาญา ต่อโจทก์เป็นอันระงับไปตามมาตรา ๑๒๖ เท่านั้น หามีผลให้สิทธิของโจทก์ในอันที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้นระงับไปด้วยไม่โจทก์จึงมีดำนาจฟ้อง และเห็นว่าโจทก์เลิกจ้างลูกจ้างของโจทก์ โดยสุจริต การกระทำของโจทก์ไม่ใช่การกระทำอันไม่เป็นธรรมดังคำสั่งของจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2522 บริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายสุวรรณ รื่นยศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - นายสุวรรณ รื่นยศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จำรัส เขมะจารุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิคพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา