⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1498/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่สมบูรณ์ และคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่มีสิทธิเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องได้หรือไม่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นอ้าง เมื่อเห็นสมควรศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัย แล้วพิพากษาคดีไปได้ เมื่อการสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. มิได้จดทะเบียนการสมรสดังกล่าวย่อมไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงมิใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ท. และไม่เป็นคู่สมรสซึ่งจะมีสิทธิเป็นทายาทโดยธรรมของ ท. ผู้ตาย เหตุนี้จำเลยย่อมไม่มีสิทธิหน้าที่เกี่ยวกับกองมรดกของท. โจทก์จะฟ้องให้บังคับจำเลยโอนที่นาซึ่ง ท.ผู้ตายทำสัญญาขายให้โจทก์แต่ท.ถึงแก่กรรมเสียก่อนทำการโอน หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1449 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่นาจากนายทาสามีจำเลย 1 แปลง ชำระราคาครบถ้วนแล้ว กำหนดจะไปทำการโอนกันในวันหลัง แต่นายทาได้ถึงแก่กรรมก่อนจะได้ทำการโอนที่นา โจทก์ขอให้จำเลยซึ่งเป็นภรรยาและทายาทของนายทาทำการโอนที่นาให้โจทก์ จำเลยไม่ยินยอม ขอให้บังคับจำเลยโอนที่นาดังกล่าวให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้นายทาเป็นสามีโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกันนายทายืมเงินโจทก์และมอบนาพิพาทให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย นายทาไม่เคยตกลงขายนาพิพาทให้โจทก์ สัญญาท้ายฟ้องเกี่ยวกับการซื้อขายนาพิพาททำกันเองระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ทั้งคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ (โจทก์) มีสิทธิครอบครองให้ยกคำขอของโจทก์ที่บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและนายทาเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส จึงควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องได้หรือไม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นอ้าง เมื่อเห็นสมควรศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัย แล้วพิพากษาคดีไปได้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นภรรยาของนายทาผู้ทำสัญญาขายนาพิพาทให้โจทก์ นายทาถึงแก่กรรมก่อนทำการโอน โจทก์ได้ขอให้จำเลยซึ่งเป็นภรรยาและทายาทของนายทาทำการโอนที่นาให้โจทก์ จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยโอนที่นาพิพาทให้โจทก์ เห็นได้ว่าเป็นการฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นทายาทผู้รับมรดกของนายทา เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการสมรสระหว่างจำเลยและนายทามิได้จดทะเบียน การสมรสระหว่างจำเลยและนายทาย่อมไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงมิใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายทา และไม่เป็นคู่สมรสซึ่งจะมีสิทธิเป็นทายาทโดยธรรมของนายทาผู้ตาย โดยเหตุนี้ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิหน้าที่เกี่ยวกับกองมรดกของนายทา โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หาได้ไม่ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1498/2522 นายอุ่นเรือน สุริยะศักดิ์ โจทก์ นายสา ยืนยงแสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุ่นเรือน สุริยะศักดิ์ · จำเลย - นายสา ยืนยงแสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา