⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1508/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ต้องแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เหตุผล หรือหลักฐานที่แสดงว่าคำพิพากษาไม่ถูกต้อง และหากพิจารณาใหม่แล้วอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยได้กล่าวถึงรายละเอียดที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดพิจารณา และหากจำเลยทั้งสองไม่ขาดนัดก็มีทางชนะคดีโจทก์ได้ เพราะมีโอกาสซักค้านและสืบพยานหักล้างพยานโจทก์ ไม่ได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล ไม่มีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เหตุผลหรือหลักฐานที่แสดงในคำร้องว่าคำพิพากษาของศาลไม่ถูกต้องประการใด และหากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว คำร้องขอของจำเลยจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา 208 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ของโจทก์ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี โดยมีจำเลยที่ ๒ จำนองที่ดินเป็นประกัน ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๓ ล้านบาทเศษพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การเป็นทำนองเดียวกันเรื่องอำนาจฟ้อง จำนวนเงินที่ฟ้องโจทก์ไม่ได้บอกกล่าวบังคับจำนองโดยชอบและฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน ๓ ล้านบาทเศษพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจำเลยทั้งสองสำคัญผิดวันนัดสืบพยาน หากไม่ขาดนัดจำเลยทั้งสองมีทางชนะคดีโจทก์ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยมิได้แสดงโดยละเอียดชัดแจ้งถึงข้อที่คัดค้านคำตัดสินของศาล จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองมีข้อความสำคัญว่า จำเลยทั้งสองมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา เหตุที่เกิดขึ้นเพราะจำเลยจำวัดนัดสืบพยานสับสน โดยสำคัญผิดว่าวันนัดสืบพยานวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๒๐ เป็นวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๐ หากไม่เกิดความสำคัญผิดแล้วทนายจำเลยที่ได้แต่งตั้งใหม่ ซึ่งก็ได้มาศาลในวันนั้นแม้จะอยู่ต่างบัลลังก์ก็คงจะได้ยื่นคำร้องหรือคำแถลงให้ศาลทราบถึงข้อขัดข้อง หากจำเลยได้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยตลอดไม่ขาดนัดจำเลยทั้งสองมีทางชนะคดีได้อย่างแน่นอน โดยจำเลยทั้งสองจะได้ซักค้านและนำพยานเข้าสืบหักล้างคำเบิกความพยานโจทก์ว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้ตามฟ้อง และสืบหักล้างเอกสารของโจทก์ว่าโจทก์คิดขึ้นเอง จำเลยมิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องในเอกสารที่โจทก์ส่งศาล ดังนี้ คำร้องได้กล่าวถึงรายละเอียดที่จำเลยทั้งสองได้ขาดนัดพิจารณาเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล กล่าวคือในคำร้องกล่าวแต่เพียงว่า หากจำเลยทั้งสองไม่ขาดนัด จำเลยทั้งสองมีทางชนะคดีโจทก์ได้โดย จำเลยทั้งสองมีโอกาสซักค้านและสืบพยานหักล้างพยานโจทก์เท่านั้น ไม่มีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย เหตุผล หรือหลักฐานที่จะแสดงในคำร้องว่าคำพิพากษาของศาลไม่ถูกต้องประการใด และหากพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว คำร้องขอของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๐๘ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2522 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นายกมล ตั้งอมรศิริ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นายกมล ตั้งอมรศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พยนต์ ยาวะประภาษ · ผสม จิตรชุ่ม · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณยภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2181/2519ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 4041/2542ฎีกา 5098/2550ฎีกา 3934/2530ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5768/2534ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533ฎีกา 1592/2521ฎีกา 126/2538ฎีกา 1644/2519ฎีกา 8910/2544ฎีกา 1155/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา