คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธิของโจทก์ที่ได้ฟ้องคดีไว้ก่อนย่อมระงับไป
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงไว้ก่อนในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ คดีอยู่ระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (อัยการจังหวัดนครราชสีมา) ฟ้องจำเลยในมูลกรณีเดียวกันต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 3 (ศาลจังหวัดนครราชสีมา) ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ คดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนั้นศาลได้มีคำพิพากษาก่อนว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด คดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ เห็นว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านอันเป็นเคหะสถานและฆ่าสุกรของโจทก์นั้น เป็นการกระทำที่ประสงค์ต่อผลในการลักสุกรหรือฆ่าสุกร การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อปรากฏว่าจำเลยถูกฟ้องเกี่ยวกับการกระทำครั้งเดียวกันนี้ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ และศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว แม้โจทก์จะได้ยื่นฟ้องคดีไว้ก่อนคดีดังกล่าวก็ตาม แต่คดีที่อัยการฟ้องนั้นศาลได้มีคำพิพากษาก่อน สิทธิจของโจทก์ที่ได้ฟ้องไว้แล้วย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกหนึ่งคนที่หลบหนีได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหะสถานและใช้มีดแทงฆ่าสุกรของโจทก์ตาย ๑ ตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๕๘, ๘๓
ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งคดีมีมูล ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อหาตามมาตรา ๓๖๕ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวง พิพากษาแก้ว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับข้อหาบุกรุกตามมาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านอันเป็นเคหะสถานและฆ่าสุกรของโจทก์นั้น เป็นการกระทำที่ประสงค์ต่อผลในการลักสุกรหรือฆ่าสุกร การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อปรากฏว่าจำเลยถูกฟ้องเกี่ยวกับการกระทำครั้งเดียวกันนี้ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ (สุกร) และศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว แม้โจทก์จะได้ยื่นฟ้องคดีไว้ก่อนคดีดังกล่าวก็ตาม แต่คดีที่อัยการฟ้องนั้นศาลได้มีคำพิพากษาก่อน สิทธิของโจทก์ที่ได้ฟ้องไว้แล้วย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2522
นายเที่ยง เสนากลาง โจทก์
นายตูม หรือตุม ชาติโคกสูง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเที่ยง เสนากลาง · ล. - นายตูม หรือตุม ชาติโคกสูง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงนครราชสีมา - นายสุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม ศรีเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา