⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1699/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาลวงที่ทำให้โมฆะ ต้องเกิดจากความประสงค์ร่วมกันของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้ผูกพันตามนิติกรรมที่แสดงออก และหากมีนิติกรรมอำพราง ให้บังคับตามนิติกรรมที่ถูกอำพรางซึ่งเป็นเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณี

ย่อคำพิพากษา

การแสดงเจตนาลวงที่จะตกเป็นโมฆะ จะต้องเป็นการแสดงเจตนาที่ทำขึ้นโดยความประสงค์ร่วมกันของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้ผูกพันกัน หรืออีกนัยหนึ่ง จะต้องปรากฏว่ามีการสมรู้กันระหว่างคู่กรณีในการแสดงเจตนาลวงนั้น กรณีที่จะเกิดมีนิติกรรมอำพรางขึ้นนั้น จะต้องเนื่องมาจากการที่บุคคลสองฝ่ายตกลงจะทำนิติกรรมอันหนึ่ง แต่กลับแสร้งทำเป็นนิติกรรมอีกอันหนึ่งเพื่อปกติหรืออำพรางนิติกรรมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะทำกันโดยเจตนาอันแท้จริง จึงให้บังคับกันตามนิติกรรมที่ถูกอำพรางซึ่งเป็นเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินไปแล้วไม่ชำระจึงได้ทำหนังสือประนีประนอมยอมความยอมรับว่าเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ขอผ่อนชำระเป็นงวด หากผิดนัดงวดใดถือว่าผิดนัดหมดทุกงวด ครั้นถึงกำหนดชำระงวดแรกจำเลยก็เพิกเฉยจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่า โจทก์นำเงินมาลงทุนกิจการทิมแลนด์ร่วมกับนายเติม และหุ้นส่วนอื่น ๆ โดยโจทก์จำเลยและนายเติมรู้กันว่าหากมีการขาดทุนเมื่อใด จำเลยและนายเติมจะต้องหาทางหักเงินจากรายได้ในกิจการทิมแลนด์มาใช้ให้แก่โจทก์แล้วจึงแบ่งผลประโยชน์กัน นายเติมมีคดีต้องหนีออกนอกประเทศโจทก์จึงได้มาทำสัญญาเป็นเจตนาลวงโดยสมรู้กับจำเลย ต่อมาการดำเนินการในทิมแลนด์ขาดทุน โจทก์จึงขอให้จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ขึ้นอีกฉบับหนึ่งเป็นการอำพรางนิติกรรมสัญญาเดิม เพื่อให้หุ้นส่วนอื่นไม่ระแวงสงสัยนิติกรรมทั้งสองฉบับจึงตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินโจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ให้นางเจียรกู้เงินไปโดยโจทก์ทราบว่านางเจียรกู้ให้นายเติม แล้วนายเติมหนีไปต่างประเทศ โจทก์จึงติดต่อกับนางเจียรให้จัดการเรื่องเงินที่กู้ไป นางเจียรจึงได้พาจำเลยไปทำสัญญากู้กับโจทก์ จำเลยไม่ชำระดอกเบี้ย โจทก์จึงทวงถามจำเลยในที่สุดก็ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับที่โจทก์นำมาฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าการแสดงเจตนาลวงที่จะตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ วรรคแรกนั้น จะต้องเป็นการแสดงเจตนาที่ทำขึ้นโดยความประสงค์ร่วมกันของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้ผูกพันกันหรืออีกนัยหนึ่ง จะต้องปรากฏว่ามีการสมรู้กันระหว่างคู่กรณีในการแสดงเจตนาลวงนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้สมรู้หรือตกลงกับจำเลยว่าสัญญากู้ที่ทำขึ้นจะไม่มีผลผูกพันกันจริงจังระหว่างโจทก์กับจำเลย สัญญากู้ที่จำเลยทำให้โจทก์ก็ไม่อาจถือได้ว่าได้กระทำขึ้นโดยการแสดงเจตนาลวง ส่วนกรณีที่จะเกิดมีนิติกรรมอำพรางขึ้นนั้น จะต้องเนื่องมาจากการที่บุคคลสองฝ่ายตกลงจะทำนิติกรรมอันหนึ่ง แต่กลับแสร้งทำเป็นนิติกรรมอีกอันหนึ่ง เพื่อปกปิดหรืออำพรางนิติกรรมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะทำกันโดยเจตนาอันแท้จริง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง จึงให้บังคับกันตามนิติกรรมที่ถูกอำพรางซึ่งเป็นเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีรูปคดีน่าเชื่อว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้รับชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้ จึงประสงค์จะเร่งรัดให้จำเลยชำระหนี้ และเพื่อให้เป็นหลักฐานผูกมัดจำเลยอีกขั้นหนึ่ง จึงได้ให้จำเลยไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หาใช่เป็นกรณีที่โจทก์ได้ตกลงกับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการอำพรางสัญญากู้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2522 นางสุดสงวน เศรษฐบุตร โจทก์ นายหอม ทรัพย์พลอย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุดสงวน เศรษฐบุตร · ล. - นายหอม ทรัพย์พลอย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรัส เขมะจารุ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายณรงค์ ตันติเตมิท · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 3191/2547ฎีกา 2335/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 912/2490ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 5811/2533ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 308/2509ฎีกา 2824/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1280/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา