⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2036/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายจำเลยไม่ได้มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ตามที่ศาลกำหนดใหม่ แม้จะอ้างว่าหลงลืมคำสั่งศาล ก็ยังไม่ถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา หากไม่มีพฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นถึงการจงใจดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 5 ตุลาคม 2520 ในวันที่4 ตุลาคม 2520 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าติดว่าความที่ศาลอื่น ขอให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 14 พฤศจิกายน 2520ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยไปว่าความศาลอื่นตามที่อ้าง ดังนี้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 5 ตุลาคม 2520 อันเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์อนุญาตให้เลื่อนคดีกำหนดวันนัดใหม่ ให้นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 14พฤศจิกายน 2520 เวลา 8.30 น. อันเป็นวันที่ทนายจำเลยขอให้นัดไว้ แต่ไม่ปรากฏว่าทนายจำเลยได้ทราบคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันนัดใหม่นั้นแล้ว แม้ทนายจำเลยจะไม่ได้ติดตามสอบถามเพราะหลงลืม และต่อมาจำเลยและทนายจำเลยไม่ได้มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ก็ยังไม่พอจะถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาให้โดยเสน่หาระหว่างจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5กับจำเลยที่ 1 บังคับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จดทะเบียนการเช่าที่ดิน ฯลฯ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การและฟ้องแย้งว่า การเช่าที่ดินตามฟ้องไม่ได้จดทะเบียนฟ้องบังคับคดีไม่ได้ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา เรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า การเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนมีผลบังคับจำเลยไม่มีอำนาจเรียกค่าเสียหาย ฟ้องแย้งขาดอายุความ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดโจทก์มาศาล จำเลยไม่มา จึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งห้ามมิได้จงใจขาดนัดพิจารณามีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 5 ตุลาคม 2520 เวลา 8.30 นาฬิกา ในวันที่ 4 ตุลาคม 2520 ทนายจำเลยทั้งห้ายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า ติดว่าความที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาโดยเจ้าพนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมาส่งหมายนัดมายังทนายจำเลยล่าช้าจึงเกิดนัดซ้อนกันขึ้น ขอให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 14 พฤศจิกายน2520 ศาลชั้นต้นสั่งว่า สำเนาให้โจทก์ สั่งให้วันนัด ครั้นถึงวันนัด ทนายจำเลยก็เดินทางไปว่าความที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาตามที่อ้างในคำร้อง ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 5 ตุลาคม 2520 อนุญาตให้เลื่อนคดีกำหนดวันนัดใหม่ให้นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 14 พฤศจิกายน 2520 เวลา 8.30 นาฬิกา อันเป็นวันที่ทนายจำเลยขอให้นัดไว้ก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าทนายจำเลยได้ทราบคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันนัดใหม่นั้นแล้ว ฉะนั้น แม้ทนายจำเลยจะไม่ได้ติดตามสอบถามเพราะหลงลืม และต่อมาจำเลยและทนายจำเลยไม่ได้มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ก็ยังไม่พอจะถือว่า จำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ศาลอุทธรณ์ พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2522 นายวิชัย พงศานรากุล โจทก์ นายพีรพัฒน์ ชาวงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย พงศานรากุล · จำเลย - นายพีรพัฒน์ ชาวงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 270/2486ฎีกา 648/2539ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 1065/2533ฎีกา 3467/2533ฎีกา 972/2531ฎีกา 1061/2491ฎีกา 1158/2521ฎีกา 2221/2553ฎีกา 369/2524ฎีกา 247/2530ฎีกา 1193/2535ฎีกา 3813/2535ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2181/2519ฎีกา 2270/2524ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 324/2503ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา