คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและนำพาไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร อาจไม่มีความผิด หากการกระทำนั้นมีเจตนาเพื่อป้องกันตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง
ย่อคำพิพากษา
พี่ชายจำเลยเมาสุรานำปืนออกมาวางบนโต๊ะของร้านอาหารริมถนน จำเลยเอาปืนมาเก็บไว้เพื่อบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงซึ่งอาจจะเกิดขึ้น ดังนี้ จำเลยไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาไปในทางสาธารณะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2517 ม.3 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า (ก) จำเลยมีปืนสั้นมีหมายเลขทะเบียน ๑ กระบอก กับกระสุนปืน ๑๐ นัด ของพันเอกบรรจบ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับในอนุญาต
(ข) จำเลยพกพาอาวุธปืนไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร
(ค) จำเลยยิงปืนขึ้นฟ้า ๑ นัด ขณะอยู่ในเมืองและที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุสมควร
(ง) เมื่อจำเลยยิงปืนขึ้นฟ้าแล้ว มีผู้เข้าไปจับแขนและดึงมือจำเลยที่ยกปืนลงเพื่อห้ามปราม จำเลยได้ใช้ปืนยิงว่าที่เรือตรีเจษฎา กระแสร์อรรถ ๒ นัด ถึงตาย โดยเจตนาฆ่า หรือโดยประมาท
ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๒๙๑,๓๗๑,๓๗๖,๙๑พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) ค.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ และสั่งคืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
พันเอกธรรมทัศน์ กระแสร์อรรถ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ตายเข้าเป็นโจทก์ร่วม
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑,๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ ตามลำดับ กระทงที่หนึ่งให้จำคุกหนึ่งปีหกเดือน กระทงที่สองให้ปรับหนึ่งร้อยบาท กระทงที่สามให้จำคุกหกเดือน ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ
โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายส่วนข้อที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯและพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ว่าที่เรือตรีสฤษดิ์พี่ชายจำเลยเป็นผู้นำปืนออกมาวางบนโต๊ะขณะที่ว่าที่เรือตรีสฤษดิ์เมาสุรา ต่อมาจำเลยเอาปืนมาเก็บไว้ เมื่อผู้ตายถูกยิงแล้ว จำเลยช่วยพาผู้ตายเข้าโรงพยาบาล พฤติการณ์ที่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ไม่แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางไว้ในความครอบครองและพกพาไปในทางสาธารณะ จำเลยเพียงแต่เอาอาวุธปืนและกระสุนปืนมาเก็บไว้เพื่อบรรเทาเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้น พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยไก้กระทำผิดดังที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2367/2522
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
พันเอกธรรมทัศน์ กระแสร์อรรถ โจทก์ร่วม
นายรุ่งศักดิ์ พงษ์โสภณ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · โจทก์ร่วม - พันเอกธรรมทัศน์ กระแสร์อรรถ · ล. - นายรุ่งศักดิ์ พงษ์โสภณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุดปราการ - นายประเสริฐ บุญศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายพูน จักรเสน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา