⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2402/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2402/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากโทสะที่รุนแรงจนขาดความยั้งคิด ไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

หญิงยิงชายเพราะมีอารมณ์รุนแรง ถูกชายด่าเกิดโทสะจนขาดความยั้งคิด ใช้ปืนซึ่งศึกษาวิธีใช้ทดลองยิงในวันนั้น ยิงชาย ไม่เป็นเหตุตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 7 ปี 6 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 78 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลย 2 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 288, 65 วรรคสอง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในวันเวลาและสถานที่ที่โจทก์กล่าวหา จำเลยได้ใช้ปืนยิงพันโทปราโมทย์ พิชญโยธิน หลายนัดเป็นเหตุให้พันโทปราโมทย์ พิชญโยธินได้รับอันตรายแก่กายหลายแห่ง และถึงแก่ความตายดังปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ท้ายฟ้อง อันเป็นการกระทำผิดตามฟ้อง มีข้อต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยยิงพันโทปราโมทย์ พิชญโยธินในขณะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่องเนื่องจากเป็นโรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน อันจำเลยไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรกหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า พันเอกนายแพทย์ อมฤต ณ สงขลา และพันตรีนายแพทย์สมประสงค์ ศุภวิทย์ ลงความเห็นว่าจำเลยเป็นโรคจิตนั้น เห็นว่าพันเอกนายแพทย์อมฤต ซึ่งเป็นผู้ตรวจรักษาจำเลยในวันที่ 8 สิงหาคม 2519 อันเป็นวันเกิดเหตุคดีนี้ เบิกความแต่เพียงว่าจำเลยมีอาการจิตใจไม่ปกติ จึงเป็นโรคประสาทชนิดรุนแรงเท่านั้นเอง สำหรับพันตรีนายแพทย์สมประสงค์ ซึ่งเบิกความว่าจำเลยเป็นโรคจิตชนิดแรงอาจทำอะไรโดยไม่รู้สึกตัวเพราะความหวาดกลัวความระแวงทำให้ทำร้ายคนอื่นได้ ก็ปรากฏว่านายแพทย์ผู้นี้ซึ่งเข้าเกี่ยวข้องตรวจรักษาจำเลยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2519 หาได้ยืนยันรับรองว่าในวันเกิดเหตุโดยเฉพาะในขณะเกิดเหตุจำเลยมีอาการดังพยานเบิกความไม่ ปรากฏในคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย ซึ่งโจทก์ส่งศาลรวมสำนวนอยู่ตามลำดับสารบัญเลขที่ 43 และจำเลยรับว่าเป็นคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยจริงว่า ชีวิตสมรสของจำเลยและผู้ตายไม่ราบรื่น ต่างฝ่ายต่างระแวงหึงหวงกัน โดยผู้ตายว่าจำเลยมีชู้ จำเลยระแวงว่าผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้หญิงอื่น มีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่อยมา จนถึงกับได้จดทะเบียนหย่ากัน แต่หลังจากหย่ากันแล้ว จำเลยซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานครก็ยังคงไปมาหาสู่ผู้ตายซึ่งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาอยู่เสมอมาก่อนจะเกิดเหตุจำเลยไปหาผู้ตายอีก ในวันเกิดเหตุ จำเลยบอกผู้ตายว่าจะกลับกรุงเทพมหานคร ขอยืมอาวุธปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้ตายจากผู้ตายว่าจะนำติดไปป้องกันตัวในการเดินทาง แล้วจำเลยได้ไปศึกษาวิธีใช้ปืนนั้นกับสิบเอกพีรยุทธบุตรไชย เมื่อสิบเอกพีรยุทธแนะนำให้ จำเลยก็ทดลองยิงดู 1 นัด แล้วกลับไปบ้านผู้ตาย ผู้ตายด่าว่าจำเลยว่า จำเลยไม่ยอมกลับกรุงเทพมหานครเพราะจะคอยจับผิดผู้ตายและด่าว่าอย่างเสีย ๆ หาย ๆ จนจำเลยทนไม่ไหว ต่อจากนั้นจึงเกิดการยิงกันขึ้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จำเลยซึ่งเป็นคนมีอารมณ์รุนแรงและมีความไม่พอใจผู้ตายเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อถูกผู้ตายด่าว่าเอาดังที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนก็เกิดโทสะขึ้นอย่างรุนแรง จนขาดความยั้งคิดใช้ปืนซึ่งได้ศึกษาวิธียิงมาแล้วยิงผู้ตายด้วยอำนาจแห่งโทสะจริตนั้นเท่านั้นเอง หาใช่เป็นการกระทำไปในขณะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่องเนื่องจากเป็นโรคจิต อันเป็นเหตุให้จำเลยไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคแรก ดังที่จำเลยฎีกามาไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษาวางโทษเป็นผลดีแก่จำเลยมากอยู่แล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2402/2522 อัยการนครราชสีมา โจทก์ นางสมศรี พิชญโยธิน หรือผดุงชีวิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการนครราชสีมา · จำเลย - นางสมศรี พิชญโยธิน หรือผดุงชีวิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3461/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 205/2483ฎีกา 249/2500ฎีกา 101/2547ฎีกา 2537/2548ฎีกา 362-364/2471ฎีกา 656/2473ฎีกา 9264/2551ฎีกา 1816/2541ฎีกา 617/2526ฎีกา 733/2521ฎีกา 2543/2528ฎีกา 287/2472ฎีกา 8329/2540ฎีกา 415/2515ฎีกา 2470/2534ฎีกา 899/2465ฎีกา 803/2481ฎีกา 1627/2545ฎีกา 226/2467ฎีกา 1226/2547ฎีกา 638/2483ฎีกา 851/2468
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา