คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับจำนองไม่ยอมให้ผู้จำนองไถ่ทรัพย์จำนองภายในกำหนด ถือเป็นการแสดงเจตนาไม่ยึดถือทรัพย์จำนองแทนผู้จำนอง และผู้จำนองต้องฟ้องเรียกคืนทรัพย์จำนองภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้รับจำนองแสดงเจตนาเช่นนั้น มิฉะนั้นจะหมดสิทธิไถ่.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำนาของโจทก์ต่างดอกเบี้ย โจทก์ขอไถ่ จำเลยไม่ให้ไถ่อ้างว่าเป็นการขายขาด ดังนี้ เป็นการแสดงเจตนาไม่ยึดถือที่ดินแทนโจทก์ โจทก์ไม่ฟ้องเรียกคืนใน 1 ปี หมดสิทธิตาม มาตรา1375
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์อ้างว่าบิดาโจทก์ขายฝากที่พิพาทไว้กับจำเลยแล้วมอบที่ดินให้ทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่าบิดาโจทก์ขายขาดที่พิพาท ไม่ใช่ขายฝาก ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า แม้จะฟังตามที่โจทก์อ้าง แต่การที่โจทก์ไปขอไถ่ที่พิพาท แล้วจำเลยไม่ยอมคืนให้โดยอ้างว่าบิดาโจทก์ขายขาดให้แล้วนั้น ดังนี้การที่จำเลยปฏิเสธไม่ให้ไถ่ดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนแปลงเจตนาแห่งการยึดถือให้โจทก์ทราบแล้วว่า ไม่เจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ หากแต่จะยึดถือเพื่อตนเองต่อไปตามมาตรา 1381 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยได้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองตั้งแต่นั้นแล้วซึ่งเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์อยู่ในตัว การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองของโจทก์ต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินปีหนึ่งแล้ว โจทก์ก็หมดสิทธิฟ้องเรียกคืน"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2522
นายวิน กมลงาม โจทก์
นายพยุง บุญเรือง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิน กมลงาม · จำเลย - นายพยุง บุญเรือง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · ชลูตม์ สวัสดิทัต |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา