⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3326/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3326/2522

ย่อคำพิพากษา

จ่ายเงินทดรองค่าใช้จ่ายของบริษัทไม่ใช่กู้ยืมเงิน ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อเป็นหนี้กันจริงก็ไม่เป็นการสมยอม ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เชื่อว่าผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองได้ทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายของบริษัทจำเลย โดยบริษัทจำเลยยังมิได้ชำระคืนตามจำนวนที่ผู้ขอรับชำระหนี้ฟ้องเรียกในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5402/2515 ของศาลชั้นต้น ส่วนที่ได้ความว่าเมื่อผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยตามคดีดังกล่าวนายชุมพลในฐานะกรรมการผู้จัดการได้แต่งตั้งทนายความให้บริษัทยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ ต่อมาผู้ถือหุ้นคนอื่นได้ประชุมวิสามัญมีมติให้นายชุมพลพ้นจากกรรมการผู้จัดการ และแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ แล้วกรรมการชุดใหม่ได้แต่งตั้งทนายความบริษัทจำเลยเข้าทำสัญญาประนีประนอมยอมความชำระหนี้แก่ผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองนั้น เมื่อบริษัทจำเลยเป็นหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้จริง การกระทำเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ก็ไม่อาจถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความได้ทำขึ้นโดยมีมูลหนี้ หาใช่เป็นการสมยอมไม่ทั้งการที่ผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายของบริษัทจำเลยไปนั้นไม่ใช่การกู้ยืมเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 ดังที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แก้ฎีกา แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อบริษัทจำเลยเป็นสำคัญ ก็มิใช่หนี้ที่จะฟ้องร้องบังคับมิได้ ผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองจึงนำหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความมาขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองเสีย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสองได้รับชำระหนี้เป็นเงิน726,975 บาท 65 สตางค์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หักจากกองทรัพย์สินของจำเลยใช้แก่ผู้ขอรับชำระหนี้ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาท" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3326/2522 บ.จ.ก. ธนาคารไทยพัฒนา โจทก์ ผู้ขอรับชำระหนี้ โจทก์ นายประภาส สุวรรณประทีป กับพวก โจทก์ บ.จ.ก. ไทยนครอุตสาหกรรมเหมืองแร่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บ.จ.ก. ธนาคารไทยพัฒนา · โจทก์ - ผู้ขอรับชำระหนี้ · โจทก์ - นายประภาส สุวรรณประทีป กับพวก · จำเลย - บ.จ.ก. ไทยนครอุตสาหกรรมเหมืองแร่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ชุบ วีระเวคิน · อัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 273/2501ฎีกา 2749/2538ฎีกา 401-402/2494ฎีกา 1001/2509ฎีกา 273-274/2501ฎีกา 2923/2525ฎีกา 3245/2534ฎีกา 425/2520ฎีกา 94/2474ฎีกา 3254/2524ฎีกา 1029/2532ฎีกา 295/2508ฎีกา 948/2501ฎีกา 1578/2493ฎีกา 912/2490ฎีกา 1472/2532ฎีกา 10757/2553ฎีกา 3765/2532ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2649/2522ฎีกา 2170/2517ฎีกา 629/2486ฎีกา 510/2491ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา