⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3374/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3374/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอมีอำนาจปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัดที่ประจำอยู่ ณ กิ่งอำเภอนั้น การที่จำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีประจำกิ่งอำเภอเบียดบังเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่ที่ได้รับไว้ในตำแหน่งหน้าที่ ถือเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 มาตรา 30 วรรค 2 และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 68,70 ได้ให้อำนาจแก่ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอในการปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งประจำอยู่ ณ กิ่งอำเภอนั้นได้ ฉะนั้น เมื่อปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอได้มีคำสั่งกำหนดหน้าที่การงานให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีประจำกิ่งอำเภอนั้นมีหน้าที่ผิดชอบในงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งตนได้รับไว้ในตำแหน่งหน้าที่ไป จึงเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยโดยตรง จำเลยจะเถียงว่าไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าพนักงานหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2509 ม.3 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 ม.30 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.68 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เก็บเงินภาษีบำรุงท้องที่กิ่งอำเภอบางชุมน้อยได้รับเงินภาษีบำรุงท้องที่ไว้ทั้งหมด ๙๑,๓๙๐.๔๘ บาท แต่นำส่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพียง ๒๓,๐๐๐ บาท โดยจำเลยเบียดบังเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ๖๘,๓๙๐.๔๘ บาท โดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓,๑๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๖๘,๓๙๐.๔๘ บาท แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ลงโทษจำคุก ๒ ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้เงินคืนนั้น ให้ไปฟ้องกันในทางแพ่งต่อไป โจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ ลงโทษจำคุก ๗ ปี และให้จำเลยคืนเงิน ๖๘,๓๙๐.๔๘ บาท แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเบียดบังเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่ไปเป็นจำนวน ๕๖,๓๗๓.๖๗ บาท วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ส่วนที่จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่าแม้จะฟังว่าจำเลยเบียดบังไปก็น่าจะเป็นผิดฐานบุคคลธรรมดายักยอก ไม่ใช่ เจ้าพนักงานยักยอก เพราะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหมวดการคลังนั้น ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติระเบียบบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๓๐ วรรค ๒ บัญญัติว่าให้นายอำเภอตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัด และมีหน้าที่ในการบริหารกิจการส่วนจังหวัดในเขตอำเภอนั้น นอกจากนี้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๖๘ ยังบัญญัติว่า นายอำเภอมีอำนาจในส่วนธุรการฝ่ายพลเรือนเหนือข้าราชการทุกแผนกที่ประจำรักษาราชการในอำเภอนั้น สำหรับจำเลยนี้ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งพนักงานบัญชีประจำกิ่งอำเภอนั้น ย่อมอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๗๐ ซึ่งบัญญัติว่า "พนักงานปกครองกิ่งอำเภอจะมีกรมการอำเภอรองแต่นายอำเภอตำแหน่งใดอยู่ประจำการ และจะมีเสมียนพนักงานอยู่ประจำการที่กิ่งอำเภอเท่าใด ทั้งนี้แล้วแต่จะสมควรแก่ราชการ แต่ผู้ที่เป็นใหญ่อยู่ประจำการที่กิ่งอำเภอต้องอยู่ในบังคับนายอำเภอและทำการในหน้าที่ในเวลาที่นายอำเภอมิได้มาอยู่ที่กิ่งอำเภอเหมือนเป็นผู้แทนนายอำเภอฉะนั้น" ตามกฎหมายดังกล่าวแล้วแสดงว่ากฎหมายได้ให้อำนาจแก่ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอในการปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งประจำอยู่ ณ กิ่งอำเภอนั้นได้ ฉะนั้น เมื่อปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอได้มีคำสั่งกำหนดหน้าที่การงานให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีมีหน้าที่รับผิดชอบในงานจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ตามคำสั่งหมาย จ.๑, จ.๒ ในคดีนี้การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งตนได้รับไว้ในตำแหน่งหน้าที่ไปจึงเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยโดยตรง จำเลยจะเถียงว่าไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าพนักงานหาได้ไม่ อย่างไรก็ตาม ทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ถูกลงโทษในข้อหาเบียดบังเงินค่าภาษีโรงเรือนและภาษีป้ายอีกคดีหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นควรกำหนดโทษจำเลยเท่ากันทั้ง ๒ คดี พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๕ ปี และให้จำเลยคืนเงิน ๕๖,๓๗๓.๖๗ บาทแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3374/2522 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายเหมือน โสดาธาตุ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · ล. - นายเหมือน โสดาธาตุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสันติ โภคารัตนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1503/2536ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1491/2537ฎีกา 605/2511ฎีกา 3313/2524ฎีกา 3793/2530ฎีกา 898/2525ฎีกา 702/2532ฎีกา 8362/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 4000/2528ฎีกา 6114/2560ฎีกา 3596/2525ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 845/2550ฎีกา 1461/2522ฎีกา 602/2502ฎีกา 778/2506ฎีกา 496/2506ฎีกา 13624/2555ฎีกา 1293/2502ฎีกา 4964/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา