⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 428/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องโดยอธิบายข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้เดิมให้ชัดเจนขึ้น หรือเพิ่มเติมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวเนื่องกัน ย่อมทำได้ แม้จะกล่าวพาดพิงถึงนิติบุคคลอื่นก็ตาม สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่กำหนดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำที่ดินไปขายให้บุคคลภายนอกและแบ่งเงินกันคนละครึ่ง ไม่ทำให้สัญญาจะซื้อจะขายกลายเป็นสัญญาหุ้นส่วน และการเรียกร้องให้แบ่งเงินตามข้อตกลงดังกล่าวมีอายุความสิบปี

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ครึ่งแปลง และจำเลยได้รับเงินไปเรียบร้อยในวันทำสัญญา ครั้นเมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์ขอแก้ไขคำฟ้องเดิมโดยเพิ่มเติมข้อความว่า โดยจำเลยตกลงให้โจทก์นำเงินไปชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่บริษัท ย. ค้างชำระบริษัท ว. และโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่บริษัท ว. เรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากโจทก์เรียบร้อยแล้วในวันทำสัญญา ข้อความที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมนี้เป็นแต่เพียงอธิบายข้อความที่กล่าวว่าจำเลยได้รับเงินจากโจทก์แล้วในวันทำสัญญานั้น โจทก์จำเลยตกลงกันให้ถือเอาการที่โจทก์นำเงินไปชำระหนี้ซึ่งบริษัท ย. ของจำเลยติดค้างอยู่กับบริษัท ว. ของโจทก์เป็นการชำระราคาที่ดินที่จำเลยทำสัญญาจะขายให้แก่โจทก์นั่นเอง แม้จะเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริง เพิ่มขึ้นจากคำฟ้องเดิมและกล่าวพาดพิงไปถึงบริษัทของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากตัวจำเลยโจทก์มีสิทธิทำได้ โจทก์ไม่ได้ฟ้องเรียกเงินค่ารถยนต์ที่ค้างชำระ ข้อที่ว่าบริษัทของจำเลยค้างชำระราคารถยนต์อยู่เท่าใด จึงเป็นรายละเอียดซึ่งไม่จำเป็นต้องกล่าวมาในฟ้อง สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งกำหนดไว้ว่าจำเลยจะไปจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมภายใน 1 ปี เพียงแต่มีข้อตกลงกันเป็นพิเศษยอมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำที่ดินที่จะซื้อขายกันนี้ไปขายให้แก่บุคคลภายนอกได้ โดยจะต้องนำเงินที่ขายได้มาแบ่งกันคนละครึ่งเท่านั้น การมีข้อตกลงเป็นพิเศษเพียงเท่านี้หาทำให้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกลายเป็นสัญญาหุ้นส่วนไปไม่ และกฎหมายมิได้กำหนดอายุความสำหรับการเรียกร้องให้แบ่งเงินตามข้อตกลงดังกล่าว จึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ครึ่งแปลงโดยให้โจทก์นำเงินค่าที่ดินไปชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่บริษัท ย. ค้างชำระบริษัท ว. โจทก์ได้ชำระเงินดังกล่าวให้บริษัท ว. เรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากโจทก์แล้วในวันทำสัญญา จำเลยสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมภายใน ๑ ปี นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงในสัญญาว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำที่ดินนี้ไปขายให้แก่ผู้อื่นได้โดยต้องนำเงินที่ขายได้มาแบ่งคนละครึ่ง ปรากฏว่าจำเลยนำที่ดินไปขายฝากแก่ผู้มีชื่อและมิได้ไถ่การขายฝากจนหมดสิทธิไถ่คืน จำเลยจึงต้องแบ่งเงินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่า ในวันทำสัญญาโจทก์ไม่ได้ชำระเงินให้แก่จำเลย โจทก์ขอผัดจะชำระภายหลัง แต่โจทก์บิดพลิ้วไม่ยอมชำระ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงไม่มีอำนาจฟ้อง และตามสัญญามีข้อตกลงว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะนำที่ดินไปขายให้แก่ผู้อื่นได้แล้วนำเงินส่วนที่เกินมาแบ่งคนละครึ่งจึงเป็นสัญญาหุ้นส่วน สัญญาดังกล่าวไม่มีข้อความว่าจำเลยยอมตกลงให้โจทก์นำเงินค่าที่ดินไปชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่บริษัท ย. ค้างชำระ โจทก์กล่าวอ้างลอย ๆ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม บริษัท ย. กับจำเลยเป็นบุคคลต่างหากจากกัน โจทก์ไม่บรรยายฟ้องว่าบริษัท ย. เป็นหนี้ค่าเช่าซื้อรถยนต์เป็นจำนวนเท่าใด และหนี้ขาดอายุความแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่นอกเหนือจากมูลเหตุฟ้องเดิมและจำเลยกับบริษัท ย. เป็นบุคคลต่างหากจากกัน ทั้งไม่ได้บรรยายฟ้องโดยชัดแจ้งว่าเป็นหนี้ค่ารถยนต์จำนวนเท่าใด จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น เห็นว่าเดิมโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายแบ่งขายที่ดินให้แก่โจทก์ครึ่งแปลง และจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์เรียบร้อยแล้วในวันทำสัญญา ครั้นเมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์ได้ยื่นคำร้องในวันนัดชี้สองสถานขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความเดิมว่า โดยจำเลยตกลงให้โจทก์นำเงินค่าที่ดินไปชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่บริษัท ย. ค้างชำระบริษัท ว. และโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่บริษัท ว. เรียบร้อยแล้ว จึงถือว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์เรียบร้อยแล้วในวันทำสัญญา ข้อความที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมนี้เป็นแต่เพียงอธิบายความที่กล่าวว่า จำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์แล้วในวันทำสัญญานั้น โจทก์จำเลยตกลงกันให้ถือเอาการที่โจทก์นำเงินไปชำระหนี้ซึ่งบริษัท ย. ของจำเลยติดค้างอยู่กับบริษัท ว. ของโจทก์เป็นการชำระราคาที่ดินที่จำเลยทำสัญญาจะขายให้แก่โจทก์นั่นเอง แม้จะเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นจากคำฟ้องเดิมและกล่าวพาดพิงไปถึงบริษัทของจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากตัวจำเลย โจทก์ก็มีสิทธิที่จะทำได้ และคดีนี้ไม่ใช่เรื่องฟ้องเรียกเงินค่ารถยนต์ที่ค้างชำระ ข้อที่ว่าบริษัทของจำเลยค้างชำระราคารถยนต์อยู่เท่าใดจึงเป็นรายละเอียดซึ่งไม่จำต้องกล่าวมาในฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงมิใช่ฟ้องเคลือบคลุม ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๗๒ แล้วนั้น เห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งกำหนดว่าจำเลยจะไปจดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมภายใน ๑ ปี เพียงแต่มีข้อตกลงกันเป็นพิเศษยอมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำที่ดินนี้ไปขายให้แก่บุคคลภายนอกได้ โดยจะต้องนำเงินที่ขายได้มาแบ่งกันคนละครึ่งเท่านั้น การมีข้อตกลงเป็นพิเศษเพียงเท่านี้หาทำให้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกลายเป็นสัญญาหุ้นส่วนไปไม่ เมื่อกฎหมายมิได้กำหนดอายุความสำหรับการเรียกร้องให้แบ่งเงินตามข้อตกลงดังกล่าว จึงมีอายุความสิบปีตามมาตรา ๑๖๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2522 นางประไพ วิริยะพันธ์ โจทก์ นายสงวน เกาะสุวรรณ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประไพ วิริยะพันธ์ · ล. - นายสงวน เกาะสุวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 4082/2530ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2768/2519ฎีกา 916/2509ฎีกา 1959/2529ฎีกา 156/2513ฎีกา 352/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา