⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 501/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ลูกจ้างจะนำรถออกไปใช้หลังจากหมดเวลางานแล้วก็ตาม หากนายจ้างมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลยจนถือได้ว่ายินยอมให้ลูกจ้างนำรถออกไปใช้ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถกลับมาแล้วก็นำรถเข้าตรวจสภาพที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 2 เสร็จแล้วจำเลยที่ 1 ขับรถเปล่าคันนี้จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของจำเลยที่ 1 เพื่อจะกลับมานอนและเตรียมตัวจะเดินทางในวันรุ่งขึ้นอีกระหว่างทางขาไปได้ชนรถยนต์ของโจทก์เสียหายดังนี้แม้ตามระเบียบเมื่อคนขับรถนำรถเข้าเก็บแล้ว ก่อนจะถึงเวลารับส่งคนโดยสารคนขับจะนำรถออกจากที่เก็บไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเท่านั้นก็ตาม แต่การควบคุมดูแลหละหลวมมาก และเป็นเช่นนี้ก่อนเกิดเหตุถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ยินยอมให้คนขับนำรถออกไปใช้เมื่อหมดเวลาทำงานแล้วได้ เมื่อคนขับไปทำละเมิดก็ต้องถือว่าได้กระทำในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะลูกจ้างและในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถประมาท ให้จำเลยที่ 1, ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่ารถยนต์ของโจทก์ที่เสียหายเนื่องจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 95,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจำเลยที่ 1, ที่ 2จะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 2 ฎีกาอีกว่าเหตุที่เกิดขึ้นมิใช่เนื่องจากจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ได้ความว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 2 รับคนโดยสารจากจังหวัดนครสวรรค์ไปส่งจังหวัดสุโขทัย เมื่อส่งคนโดยสารที่จังหวัดสุโขทัยแล้วจำเลยที่ 1 นอนค้างคืนที่นั่นพร้อมกับรถ รุ่งขึ้นรับคนโดยสารจากจังหวัดสุโขทัยมาส่งจังหวัดนครสวรรค์ วันต่อมาก็กลับไปจังหวัดสุโขทัยอีก วนเวียนเช่นนี้โดยจำเลยที่ 2 มอบกุญแจรถยนต์ให้จำเลยที่ 1 ถือไว้เป็นประจำ วันเกิดเหตุเมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถมาถึงจังหวัดนครสวรรค์แล้วก็นำรถเข้าตรวจสภาพที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 2 เสร็จแล้วจำเลยที่ 1 ขับรถเปล่าคันนี้จะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ที่อำเภอพยุหะคีรีเพื่อจะกลับมานอนที่อำเภอเมืองนครสวรรค์เตรียมตัวจะเดินทางในวันรุ่งขึ้นอีก ระหว่างทางขาไปจึงเกิดเหตุคดีนี้พิเคราะห์แล้วจำเลยที่ 1 เบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และคนขับรถของจำเลยที่ 2 ที่ขับรถคันอื่นก็ปฏิบัติเช่นนี้ โดยจำเลยที่ 2 ทราบดีไม่เคยห้ามปราม จำเลยที่ 2 มีพยานมาเบิกความแต่เพียงว่า ตามระเบียบเมื่อคนขับรถนำรถเข้าเก็บแล้ว ก่อนจะถึงเวลารับส่งคนโดยสารคนขับจะนำรถออกจากที่เก็บไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 2 มีพนักงานดูแลการปล่อยรถออกจากที่เก็บเป็นประจำก็ยังไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1นำรถมาเก็บและเอาออกไปอีกเมื่อใด เพิ่งจะทราบเมื่อเกิดเหตุแล้ว แสดงว่าการควบคุมดูแลหละหลวมมาก และเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ปล่อยปละละเลยให้เป็นเช่นนี้มาก่อนเกิดเหตุ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ยินยอมให้คนขับนำรถออกไปใช้เมื่อหมดเวลาทำงานแล้วได้ เมื่อคนขับไปทำละเมิดก็ต้องถือว่าได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2522 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โจทก์ นายบุญช่วย จันทร์อ้าย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย · จำเลย - นายบุญช่วย จันทร์อ้าย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · ธาดา วัชรานันท์ · จำรัส เขมะจารุ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 801/2521ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา