⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 506/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปโดยสุจริต ไม่ต้องรับผิดต่อเจ้าของทรัพย์สินเดิม แต่เจ้าของทรัพย์สินเดิมมีสิทธิติดตามเอาทรัพย์สินคืนจากผู้ที่ยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซื้อปุ๋ยของโจทก์ที่ถูกยักยอกไปและขายต่อไปแล้ว จำเลยซื้อโดยสุจริต ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิติดตามเอาปุ๋ยคืนจากผู้ที่ยึดถือทรัพย์ของโจทก์ไว้เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้ซื้อปุ๋ยในท้องตลาด พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ใช้เงิน 55,955.30 บาท ให้จำเลยที่ 3 ใช้เงิน 77,181.12 บาทแก่โจทก์กับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องสำนวนจำเลยที่ 3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า นายเกรียง วิริยะกิตกุลหรือวิริยะกิจกูล ได้รับคำสั่งจากโจทก์ให้จัดการนำปุ๋ยไปส่งที่สหกรณ์การเกษตรคลองขลุง จำกัด อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 600กระสอบ ไปส่งที่สหกรณ์ขายข้าวพิบูลธัญญาหาร จำกัด อำเภอพิบูลมังสาหารจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 440 กระสอบนายเกรียงสั่งให้นายเปรม ธานี ลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของนายชัยสิทธิ์เอารถยนต์ไปขนปุ๋ยที่กุดังของโจทก์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำไปส่งให้แก่สหกรณ์ทั้งสองดังกล่าวหลังจากนายเปรมกับพวกเอารถยนต์มาขนปุ๋ยไปแล้ว ส่งมอบให้สหกรณ์ขายข้าวพิบูลธัญญหาร จำกัดเพียงจำนวน 220 กระสอบ ส่วนสหกรณ์การเกษตรคลองขลุงจำกัด ไม่ได้รับมอบปุ๋ยเลย ทั้งนี้เพราะนายเปรมกับพวกยักยอกปุ๋ยของโจทก์ที่ขาดหายไป 820 กระสอบเอาไปขายให้จำเลยที่ 1 ซึ่งรับซื้อไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย ต่อมาจำเลยที่ 2 รับซื้อปุ๋ยทั้ง820 กระสอบดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 โดยรู้อยู่แล้วเช่นกันว่าเป็นของได้มาโดยการกระทำความผิดต่อกฎหมาย จำเลยที่ 3 รับซื้อปุ๋ยรายนี้จากจำเลยที่ 2 สองครั้งรวม 350 กระสอบ รับซื้อโดยสุจริต และจำเลยที่ 3 ได้ขายต่อให้ผู้อื่นไปหมดแล้วคดีได้ความดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 3 จะไม่ได้ซื้อปุ๋ยนั้นในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด หรือซื้อจากจำเลยที่ 2 ซึ่งมิใช่พ่อค้าขายของชนิดนั้นก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 3 ซื้อไว้โดยสุจริตและได้ขายปุ๋ยนั้นต่อไปหมดแล้วทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ขายไปโดยไม่สุจริต จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดคืนหรือใช้ราคาปุ๋ยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง เพราะโจทก์มีสิทธิติดตามเอาปุ๋ยคืนได้จากผู้ที่ยึดถือไว้เท่านั้นตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1275/2493 ระหว่าง นายเกษม คำนูนวัธ โจทก์ นางอาฮวด แซ่ซี จำเลย ดังที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้าง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2522 ชุมนุมสหกรณ์การขายและการซื้อแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์ นายบุญมี บุญดาว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ชุมนุมสหกรณ์การขายและการซื้อแห่งประเทศไทย จำกัด · จำเลย - นายบุญมี บุญดาว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · จันทร์ ระรวยทรง · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา