⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 629/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะอันเกิดจากการแบ่งแยกที่ดิน ทำให้เกิดทางจำเป็นโดยไม่ต้องเสียค่าทดแทนตามมาตรา 1350 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่หากทางสาธารณะเกิดขึ้นภายหลังการแบ่งแยกที่ดิน การใช้ทางจำเป็นต้องเสียค่าทดแทนตามมาตรา 1349 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

ทางจำเป็นโดยไม่ต้องใช้ค่าทดแทนตาม มาตรา1350 เป็นกรณีแบ่งที่ดินทำให้ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะไม่ใช่ทางสาธารณะเกิดขึ้นภายหลังแบ่งแยกที่ดินแล้วค่าทดแทนตาม มาตรา1349เมื่อโจทก์ไม่ได้เสนอขอชดใช้ในคดีนี้ จำเลยชอบที่จะว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 2เมตรตลอดแนวเขตที่ดิน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาต่อไปว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์ทั้ง 5 หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าการเรียกร้องเอาทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 นั้น เป็นกรณีที่การแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินกันเป็นเหตุให้ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ ซึ่งหมายความว่า ที่ดินแปลงเดิมก่อนแบ่งแยกมีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ และการแบ่งแยกเป็นเหตุให้แปลงที่แบ่งแยกแปลงใดแปลงหนึ่งออกไปสู่ทางสาธารณะไม่ได้ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาทางจำเป็นได้เฉพาะที่ดินแปลงที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันโดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน แต่คดีนี้ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏเลยว่า เดิมที่ดินของโจทก์จำเลยก่อนแบ่งแยกมีทางออกสู่ทางสาธารณะ หรือติดทางสาธารณะ แม้จะปรากฏว่าในปัจจุบันที่ดินจำเลยอยู่ติดถนนราษฎร์บำรุงอันเป็นทางสาธารณะก็ตาม แต่ก็อาจเป็นได้ว่าถนนราษฎร์บำรุงตัดผ่านที่ดินจำเลยภายหลังการแบ่งแยกที่ดินก็ได้ จึงไม่ใช่กรณีที่โจทก์จะเรียกร้องเอาทางจำเป็นตามมาตรา 1350 แต่อย่างไรก็ดี ปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ทั้ง 5 ตกอยู่ในที่ล้อม แม้จะมีทางออกไปสู่ถนนราษฎร์บำรุงอีก 2 ทางก็ต้องผ่านที่ดินของนางกิมเอ็ง และที่ดินของนางเน้ย ซึ่งมีประตูและลวดหนามปิดกั้นอยู่ ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิใช้ทางดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้ง 5 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมอยู่ จึงมีสิทธิผ่านที่ดินของจำเลยไปสู่ถนนราษฎร์บำรุงอันเป็นทางสาธารณะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1349 แต่การใช้สิทธิผ่านที่ดินของจำเลยนั้น ต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็น โดยคำนึงถึงที่ดินของจำเลยให้เสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ศาลฎีกาพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ปรากฏว่า ทางพิพาทจำเลยปลูกโรงเรือนอยู่ เหลือทางกว้าง 90 เซนติเมตรที่มีตอต้นมะพร้าวปักกั้นไว้ จึงเห็นสมควรให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 80 เซนติเมตร ตรงตอด้านที่ต้นมะพร้าวดังกล่าวปักอยู่ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น โจทก์จะต้องเสนอชดใช้ค่าทดแทนให้แก่จำเลยด้วยนั้น เห็นว่า เมื่อโจทก์มิได้เสนอขอชดใช้ค่าทดแทนให้แก่จำเลย จำเลยก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่โจทก์เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2490/2516 ระหว่าง นายสุธีกระบวนรัตน์ โจทก์ นายพิเศษ คงคาเขตต์ จำเลย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสองเปิดทางพิพาทกว้าง 80 เซนติเมตรตลอดแนวเขตที่ดินของจำเลยทางทิศใต้ ให้รื้อถอนบรรดาสิ่งกีดขวางทั้งปวงที่จำเลยสร้างขึ้นออกไปจากทางพิพาทกว้าง 80 เซนติเมตรดังกล่าว ห้ามจำเลยปิดกั้นหรือรุกล้ำ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2522 นายคง อนุภังค์ กับพวก โจทก์ ร้อยตรีโชยโย จุลโสภณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคง อนุภังค์ กับพวก · จำเลย - ร้อยตรีโชยโย จุลโสภณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6161/2538ฎีกา 1768/2548ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3029/2538ฎีกา 2896/2523ฎีกา 9374/2538ฎีกา 9248/2544ฎีกา 475/2546ฎีกา 404/2507ฎีกา 1313/2493ฎีกา 389/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510ฎีกา 1370/2520ฎีกา 653/2516ฎีกา 326/2533ฎีกา 7524/2538ฎีกา 311/2489ฎีกา 2490/2516ฎีกา 2714/2525ฎีกา 1194/2508ฎีกา 922/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา