⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 690/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุดระหว่างคู่ความอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยชี้ขาดให้มีผลถึงคู่ความบางฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมให้ร่วมกันชำระหนี้ค่าบำเหน็จนายหน้าที่กระทำร่วมกันอันเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จะมีคู่ความเพียงบางฝ่ายเป็นผู้อุทธรณ์ก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ได้เป็นนายหน้าและไม่มีค่าบำเหน็จต่อกัน และเห็นควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุดระหว่างคู่ความอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยชี้ขาดให้มีผลถึงคู่ความบางฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ติดต่อกับโจทก์ทั้งสองให้เป็นนายหน้าและตัวแทนในการสั่งซื้อรถยนต์เบนซ์แบบ ๒๘๐ เอสอี และแบบ ๒๐๐ รวม ๒ คัน จากสาธารณรัฐเยอรมันตะวันตก โดยติดต่อสั่งซื้อผ่านบริษัทออโตลาว จำกัด ในประเทศลาว ในการนี้จำเลยทั้งสองตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่โจทก์คันละ ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้จัดการให้จำเลยได้ซื้อรถตามความประสงค์และจำเลยได้รับรถยนต์ที่สั่งซื้อไปแล้ว แต่ยังติดค้างค่าบำเหน็จแก่โจทก์อยู่ ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ๗ ครึ่งต่อปีถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒,๖๖๒.๕๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า การสั่งซื้อรถยนต์ตามฟ้องเป็นเรื่องระหว่างบริษัทออโตลาว จำกัด กับจำเลยที่ ๑ ในฐานะส่วนตัว โจทก์ทั้งสองไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องเคลือบคลุม จำเลยไม่เคยว่าจ้างหรือติดต่อให้โจทก์เป็นนายหน้าหรือตัวแทน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าโจทก์เป็นผู้ติดต่อให้จำเลยทั้งสองซื้อรถยนต์ตามฟ้องโดยมีบำเหน็จ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราตามขอ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังว่า โจทก์ที่ ๒ กระทำในฐานะตัวแทนบริษัทออโตลาว จำกัด โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับจำเลย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อตกลงเป็นส่วนตัวกับจำเลยในการรับเป็นนายหน้าสั่งซื้อรถยนต์เบนซ์โดยมีค่าบำเหน็จดังโจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีนิติสัมพันธ์กันเป็นการส่วนตัวนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนฎีกาโจทก์ข้อที่ว่า จำเลยที่๑ แต่เพียงผู้เดียวที่ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้น คดีอันเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ย่อมเป็นอันยุติถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์ถึงจำเลยที่ ๒ ด้วย จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาได้พิจารณาปัญหาข้อนี้แล้ว เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วม ให้ร่วมกันชำระหนี้ค่าบำเหน็จนายหน้าที่กระทำร่วมกันอันเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้แม้จะมีคู่ความเพียงบางฝ่าย เป็นผู้อุทธรณ์ก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ไม่ได้เป็นนายหน้าและไม่มีค่าบำเหน็จต่อกันและเห็นควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุดระหว่างคู่ความอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะวินิจฉัยชี้ขาด ให้มีผลถึงคู่ความทุกฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕ (๑) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2522 นายชิงชัย วรรธกโสภณ กับพวก โจทก์ นายสุเมธ หัตถสุวรรณ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชิงชัย วรรธกโสภณ กับพวก · ล. - นายสุเมธ หัตถสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สันติ์ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 4238/2539ฎีกา 425/2520ฎีกา 8645/2547ฎีกา 958/2535ฎีกา 4473/2541ฎีกา 4209/2543ฎีกา 2570/2525ฎีกา 3748/2530ฎีกา 6448/2550ฎีกา 1165/2482ฎีกา 189/2540ฎีกา 610/2545ฎีกา 2117-2124/2528ฎีกา 500/2557ฎีกา 8795/2551ฎีกา 3501/2530ฎีกา 2968/2530ฎีกา 2722/2534ฎีกา 6/2545ฎีกา 4011-4012/2532ฎีกา 5386/2551ฎีกา 9665/2555ฎีกา 267/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา