⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 748/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนจะรับฟังได้เพียงว่าผู้เสียหายได้ให้การไว้เช่นนั้นจริง แต่จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานว่าจำเลยกระทำผิดจริงได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายได้มาเบิกความต่อศาลในชั้นพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความ คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย ซึ่งจะรับฟังประกอบได้ก็แต่เพียงว่าผู้เสียหายได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนเช่นนั้นจริง แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรในชั้นศาลโจทก์จะต้องมีพยานมาเบิกความต่อศาลว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงเมื่อชั้นศาลโจทก์ไม่มีพยานมาเบิกความว่าจำเลยได้กระทำผิดโดยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เช่นนี้ เพียงแต่คำให้การชั้นสอบสวนจึงยังฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ (อ้างฎีกา165/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายทั้งสอง อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276 วรรคสอง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง, 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2514)ข้อ 2, 7 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองกระทง ๆ ละ 20 ปี รวม 40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 26 ปี 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ไม่ได้ตัวนางสาวบุญปลูกและนางสาวอารีย์ผู้เสียหายทั้งสองมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสองที่ให้การไว้กับร้อยตำรวจตรีสุรเชษฐ์พนักงานสอบสวนว่าถูกจำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเราโดยมีร้อยตำรวจตรีสุรเชษฐ์เบิกความประกอบว่า ผู้เสียหายทั้งสองให้การไว้ชั้นสอบสวนว่าถูกจำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเรา นอกจากนี้โจทก์คงมีนายสันติเบิกความว่าผู้เสียหายทั้งสองเล่าให้ฟังว่าถูกจำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเรา จึงได้พาไปแจ้งความกับร้อยตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ซึ่งจำเลยก็ปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ศาลฎีกาเห็นว่า คำให้การชั้นสอบสวนของนางสาวบุญปลูกและนางสาวอารีย์จะรับฟังประกอบได้ก็แต่เพียงว่าคนทั้งสองได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนเช่นนั้นจริงแต่ความจริงจะเป็นอย่างไรในชั้นศาลโจทก์จะต้องมีพยานมาเบิกความต่อศาลว่าจำเลยได้กระทำผิดเมื่อชั้นศาลโจทก์ไม่มีพยานมาเบิกความต่อศาลว่าจำเลยได้กระทำผิดโดยข่มขืนกระทำชำเรานางสาวบุญปลูกและนางสาวอารีย์ เช่นนี้เพียงแต่คำให้การชั้นสอบสวนก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 165/2503 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2522 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายเสน่ห์ เชื้อสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายเสน่ห์ เชื้อสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา