⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 757/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีแล้ว คู่ความจะมายื่นคำแถลงขอเสียค่าขึ้นศาลในคดีที่ถูกจำหน่ายไปแล้วไม่ได้ หากประสงค์จะดำเนินการต่อไปต้องยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นพิจารณาคำฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่งคดีมีทุนทรัพย์ แต่โจทก์ไม่ยอมเสียอ้างว่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์และฎีกาคัดค้านในที่สุดศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีไปแล้วก็เท่ากับไม่มีคดีของโจทก์อยู่ในศาล โจทก์จะมายื่นคำแถลงขอเสียค่าขึ้นศาลในคดีที่ศาลชั้นต้นได้สั่งจำหน่ายไปแล้วไม่ได้ หากประสงค์จะดำเนินการต่อไปก็ชอบที่จะยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่โดยกำหนดทุนทรัพย์มาในฟ้อง และเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์นั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อสามีโจทก์ตาย จำเลยซึ่งเป็นน้องชายและเป็นผู้จัดการมรดกของสามีโจทก์ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับมรดกรายนี้กับโจทก์ แต่ปรากฏว่าสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้ตกลงทำสัญญาแบ่งปันมรดกกันขึ้นอีก ต่อมาจำเลยไปยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้จำเลยทำสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกรายนี้ ศาลอนุญาตแต่จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมส่งมอบทรัพย์บางอย่าง โจทก์ได้ฟ้องจำเลยให้ส่งมอบระหว่างดำเนินคดีโจทก์ทราบว่าสัญญาประนีประนอม และสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกเกิดขึ้นโดยการฉ้อฉลของจำเลยกับพวก ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ศาลอนุญาตให้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกรายนี้ ในชั้นพิจารณาคำฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นคำฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์หากไม่เสียก็ไม่รับคำฟ้อง โจทก์ทราบคำสั่งแล้วยืนยันว่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และไม่ยอมเสียค่าขึ้นศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ต่อมาโจทก์จะขอเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ในอัตรายอย่างสูง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอของโจทก์เพราะได้จำหน่ายคดีโจทก์ไปแล้ว โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยื่นคำแถลงขอเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ตามคำชี้ขาดของศาลฎีกาเพื่อให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ซึ่งได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความไปแล้ว โจทก์ชอบที่จะยื่นฟ้องเข้ามาเป็นคดีใหม่ หาใช่ขอกำหนดทุนทรัพย์เสียค่าขึ้นศาลขอให้ศาลสั่งประทับฟ้อง ดำเนินคดีต่อไปอีกไม่ จึงให้ยกคำขอของโจทก์" จากคำสั่งดังกล่าวเห็นได้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์ไปแล้ว ขณะที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์นั้นเท่ากับไม่มีคดีของโจทก์อยู่ในศาลแล้ว เช่นนี้ โจทก์จะเสียค่าขึ้นศาลกระไรได้ หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็มีทางเดียวเท่านั้น คือยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่โดยกำหนดทุนทรัพย์มาในฟ้อง และเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่กำหนดในคำฟ้องนั้น โจทก์จะมาขอกำหนดทุนทรัพย์และเสียค่าขึ้นศาลในคดีเดิมเป็นการไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2522 นางสอเพ็ก กุลวานิช โจทก์ นายสิม กุลวานิช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอเพ็ก กุลวานิช · ล. - นายสิม กุลวานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตะกั่วป่า · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาลย์ กุมาลย์วิสัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1067/2527ฎีกา 840/2537ฎีกา 3880/2536ฎีกา 6627/2560ฎีกา 3735/2530ฎีกา 2192/2532ฎีกา 2222/2517ฎีกา 3926/2539ฎีกา 773/2511ฎีกา 421/2524ฎีกา 1176/2505ฎีกา 4957/2541ฎีกา 3133/2538ฎีกา 5816/2550ฎีกา 789/2521ฎีกา 340/2492ฎีกา 1065/2533ฎีกา 101/2564ฎีกา 1109/2493ฎีกา 396/2518ฎีกา 7355/2537ฎีกา 5440/2537ฎีกา 4526/2536ฎีกา 908/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา