คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยกอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นนั้นเป็นที่สุด จะฎีกาต่อไปในชั้นศาลฎีกาไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์จำเลยโดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกอุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดจำเลยฎีกาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดโดยจงใจ ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ ให้ยกคำร้องของจำเลย และสั่งตามคำขอของโจทก์ว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ให้นัดสืบพยานโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1)จึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จำเลยฎีกาต่อมาหาได้ไม่"
พิพากษายกฎีกา คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2522
กรมการศาสนา โจทก์
นางสาคร พานิชผล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมการศาสนา · จำเลย - นางสาคร พานิชผล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา