คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462-1463/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ธนาคารตัวการต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำของพนักงานซึ่งเป็นตัวแทนในการจ่ายเงินจากบัญชีลูกค้าโดยไม่ได้รับคำสั่ง และธนาคารย่อมเป็นผู้เสียหายเมื่อมีการนำเช็คปลอมไปเบิกเงินจากบัญชีลูกค้า
* การมอบอำนาจให้บุคคลไปร้องทุกข์ในนามของธนาคาร ถือเป็นการร้องทุกข์ของธนาคาร แม้ผู้มอบอำนาจจะเสียชีวิต อำนาจในการดำเนินคดีอาญาของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจก็ไม่ระงับสิ้นไปตามกฎหมายลักษณะสัญญาตัวแทน
ย่อคำพิพากษา
พนักงานของธนาคารซึ่งเป็นผู้แทนของธนาคาร จ่ายเงินจากบัญชีของลูกค้าไปโดยลูกค้าไม่ได้สั่ง ธนาคารตัวการต้องรับผิดเกี่ยวกับเงินจำนวนที่พนักงานของคนจ่ายจากบัญชีลูกค้า การที่จำเลยร่วมกันนำเช็คซึ่งปลอมลายมือชื่อลูกค้าไปเบิกเงินจากธนาคารย่อมได้ชื่อว่ากระทำให้ธนาคารเสียหาย ธนาคารจึงเป็นผู้เสียหาย
ผู้จัดการธนาคารสำนักงานใหญ่มอบอำนาจให้ บ. ไปร้องทุกข์ในฐานะผู้จัดการของธนาคาร มิใช่มอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์ไปฐานะส่วนตัว เมื่อ บ.ไปร้องทุกข์ไว้ ถือได้ว่าธนาคารได้ร้องทุกข์ไว้แล้ว ดังนั้น แม้ผู้จัดการตาาย กรณีก็ไม่ใช่ลักษณะสัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไป เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย อันจะเป็นเหตุอ้างว่า บ. ไม่มีอำนาจร้องทุกข์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันปลอมเช็ค โดยนำเอาแบบพิมพ์เช็คซึ่งธนาคารสาขาจัดทำไว้และจ่ายให้ลูกค้าไปเพื่อใช้สั่งจ่ายเงินตามบัญชี มาเขียนกรอกข้อความปลอมลายมือลูกค้าแล้วสั่งจ่ายเงิน ต่อมาจำเลยร่วมกันนำเช็คปลอมดังกล่าวไปขอรับเงินจากพนักงานของธนาคาร ฯลฯ บ. รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการธนาคารไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๔๑, ๘๓ ฯลฯ
ธนาคาร เป็นโจทก์ร่วม
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘, ๒๖๖, ๓๔๑ ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๑ ปี ฯลฯ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา
่ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า พนักงานของธนาคารซึ่งเป็นผู้แทนของธนาคาร จ่ายเงินจากบัญชีของนายเต็กเผ่าไปโดยนายเต็กเผ่าไม่ได้สั่ง ธนาคารตัวการต้องรับผิดเกี่ยวกับเงินจำนวนที่พนักงานของคนจ่ายจากบัญชีนายเต็กเผ่า การที่จำเลย ทั้งสามร่วมกันนำเช็คซึ่งปลอมลายมือชื่อที่กรอกข้อความในเช็คและลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่ใช่ของนายเต็กเผ่าและพนักงานธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด หลงเชื่อว่าเป็นลายมือของนายเต็กเผ่า จึงจ่ายเงินจากบัญชีของนายเต็กเผ่าไปนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามได้ชื่อว่ากระทำให้ธนาคารเสียหาย ธนาคารจึงเป็นผู้เสียหายในคดีนี้
เหตุเกิดระหว่างหม่อมเจ้าอาชวดิศเป็นผู้จัดการของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด สำนักงานใหญ่ มอบอำนาจให้ ไปร้องทุกข์ในฐานะส่วนตัวหม่อมเจ้าอาชวดิศไม่ เมื่อ่นายบัญญัติไปร้องทุกข์ไว้ แล้ว ถือได้ว่าธนาคารได้ร้องทุกข์ไว้แล้ว โดยหม่อมเจ้าอาชวดิศ ผู้จัดการธนาคาร พึงเห็นได้ว่า ผู้มอบอำนาจกล่าวคือตัวการที่แท้จริงไปคดีนี้คือธนาคารกรุงทพฯ พาณิชย์การ จำกัด หาใช่หม่อมเจ้าอาชวดิศไม่ ดังนั้น แม้หม่อมเจ้าอาชวดิศ ถึงแต่ชีพิตักษัยต่อมา กรณีก็ไม่ใช่ลักษณะสัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไป เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายที่จำเลยจะพึงหยิบยกขึ้นอ้างว่านายบัญญัติ ไม่มีอำนาจร้องทุกข์เพราะ หม่อมเจ้าอาชวดิศผู้มอบอำนาจถึงแก่ชีพิตักษัยแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462 - 1463/2523
พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์
ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด โจทก์ร่วม
นายปัญญา กลิ่นหอม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · โจทก์ร่วม - ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด · จำเลย - นายปัญญา กลิ่นหอม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · สุนทร วรรณแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายประดิษฐ์ ก้อนทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเนา ดิษยบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา