⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1715/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้า ค่าเสียหายที่โจทก์จะเรียกได้ ควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า ไม่ใช่ค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุ เช่น ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับจากการนำเงินไปลงทุนหรือฝากธนาคาร

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์ และเรียกค่าเสียหายโดยกล่าวในคำฟ้องว่า หากจำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์แล้ว โอนขายให้กับ ส. ได้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับ ส. โจทก์จะได้รับชำระราคาที่ดินที่ยังค้างชำระจาก ส. ซึ่งเงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมนำไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไปได้ อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ย ร้อยละ 8 ต่อปี ดังนี้ ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้า ค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวจากโจทก์ สัญญาครบกำหนดแล้ว โจทก์ตกลงขายที่ดินและตึกแถวให้แก่ ส. ในราคา ๔,๒๐๐,๐๐๐ บาท ส. จะชำระราคาทั้งหมดในวันจดทะเบียนซื้อขาย แต่โจทก์ต้องจัดการให้จำเลยออกไปจากที่ดินและตึกแถว เสียก่อน โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย ให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวภายในกำหนด จำเลยทราบแล้ว ถึงกำหนดจำเลยไม่ยอมออก ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขาดประโยชน์จากการที่โจทก์จะนำเงินค่าที่ดินและตึกแถวที่จะได้รับชำระจาก ส.ไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไป อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารประเภทฝากประจำก็จะได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๘ ต่อปี คิดเป็นเงินเดือนละ ๒๕,๓๓๓ บาท จึงขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย สัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทน ที่โจทก์อ้างว่า ขายที่ดินและตึกแถวให้ ส. ไม่เป็นความจริง โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่า โจทก์เรียกค่าเสียหาย ได้ไม่เกินเดือนละ ๘๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถวของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหายเป็นว่า ให้จำเลยใช้แก่โจทก์เดือนละ ๒๒,๓๒๐ บาท จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายหลายข้อ และฎีกาเกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหายว่า ค่าเสียหายที่โจทก์ควรจะได้ต้องเป็นค่าเสียหายที่แท้จริงอย่างมากก็เท่ากับค่าเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเท่ากับดอกเบี้ยที่คิดคำนวณจากเงินค่าที่ดิน และตึกแถวซึ่งโจทก์จะได้รับจาก ส. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นข้อนี้ โจทก์กล่าวในคำฟ้องว่า หากจำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์แล้ว โอนขายให้กับ ส. ได้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับ ส. โจทก์จะได้รับชำระราคาที่ดินที่ยังค้างชำระจาก ส. ซึ่งเงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมนำไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไปได้ อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ย ร้อยละ ๘ ต่อปี คิดเป็นเงินเดือนละ ๒๕,๓๓๓ บาท จะเห็นว่า ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้า ค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า คดีนี้จำเลยเบิกความรับว่าชำระค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ ๗,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายที่โจทก์ควรจะได้รับก็คือเดือนละ ๗,๐๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2523 หม่อมราชวงศ์โอภาศ กาญจนะวิชัย โจทก์ นายสุกิจ อัสสรัตนกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมราชวงศ์โอภาศ กาญจนะวิชัย · จำเลย - นายสุกิจ อัสสรัตนกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบรรจบ อุปพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 225/2539ฎีกา 2295/2526ฎีกา 2297/2541ฎีกา 5032/2537ฎีกา 537/2540ฎีกา 1599/2506ฎีกา 1346/2517ฎีกา 76/2489ฎีกา 1722/2515ฎีกา 249/2495ฎีกา 2561/2550ฎีกา 254/2540ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 1674/2539ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 5459/2537ฎีกา 4193/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา