⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1719/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลรับโอนอสังหาริมทรัพย์ในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำการรุกล้ำนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกตึกของจำเลยตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับ ส. แม้จะมีส่วนรุกล้ำอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อ ส. เมื่อโจทก์รับโอนที่ดินของ ส. มาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเกี่ยวกับการรุกล้ำนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1312

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยปลูกสร้างตึกมีฐานรากและผนังล้ำเข้าไปในที่ดินของนางสุภาพ เป็นการก่อสร้างตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับนางสุภาพ และเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย พิพากษายกฟ้อง โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกค่าใช้ที่ดินใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้โดยไม่มีข้อโต้แย้งกันว่า เมื่อปี พ.ศ. 2514 จำเลยสร้างตึกในที่ดินของจำเลยโฉนดที่ 12349 ซึ่งด้านทิศตะวันออกติดกับที่ดินโฉนดที่ 12350 ของนางสุภาพพัชรพร หรือวัช พร จำเลยกับนางสุภาพทำหนังสือตกลงกันเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2513 ก่อนจำเลยสร้างตึก ตามเอกสารหมาย ล.1 และ จ.8 ต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม 2518 นางสุภาพขายที่ดินโฉนดที่ 12350 ให้โจทก์กับพวก ตึกที่จำเลยสร้างได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ตามแผนที่พิพาท คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพียงใดหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เอกสารหมาย ล.1 ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับเอกสารหมาย จ.8 ทำที่สำนักงานเทศบาลเมืองโพธาราม มีใจความสำคัญว่า นางสุภาพตกลงให้จำเลยทำการปลูกสร้างอาคารชิดเขตที่ดินของนางสุภาพได้โดยทำฐานราก และผนังร่วมกัน จำเลยอ้างตัวเอง นายคำรณ ทิพยกานนท์ นายช่างเทศบาลเมืองโพธารามขณะทำเอกสารหมาย ล.1 และลงชื่อเป็นพยานในเอกสารนั้น ซึ่งขณะเบิกความเป็นหัวหน้ากองช่างเทศบาลเมืองราชบุรี กับนายอุดม ตันเปาว์วิศวกรโยธา กรมโยธาธิการ เป็นพยานเบิกความประกอบเอกสารหมาย ล.1 ได้ความว่าการสร้างตึกของจำเลยด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับที่ดินโจทก์ สร้างชิดติดกับที่ดินโจทก์ โดยสร้างฐานรากแบบ "ตีนช้าง" ถือหลักเขตเป็นจุดกึ่งกลางแล้วขยายฐานรากออกไปทั้งสองด้าน การทำฐานรากและผนังร่วมกันนี้หมายความว่า เมื่อนางสุภาพจะสร้างตึกในภายหลังก็ไม่ต้องทำฐานรากและผนังใหม่อีก โดยใช้ร่วมกับจำเลยได้ตามข้อตกลงและแบบแปลนสร้างตึกของจำเลยได้รับอนุมัติจากกรมโยธาธิการและเทศบาลเมืองโพธารามแล้ว โจทก์ไม่มีพยานสืบหักล้าง ส่วนที่โจทก์นำสืบว่านางสุภาพบอกว่าลงชื่อให้จำเลยสร้างตึกชิดเขตได้เท่านั้น เป็นการนำสืบลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง พยานหลักฐานจำเลยมั่นคงยิ่งกว่าพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่าจำเลยปลูกตึกของจำเลยตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับนางสุภาพ ดังนั้นแม้จะมีส่วนรุกล้ำอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อนางสุภาพเมื่อโจทก์รับโอนที่ดินของนางสุภาพมาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายอย่างใดจากจำเลยเกี่ยวกับการรุกล้ำนั้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2523 นายพินิจ สมบูรณ์สินชัย โจทก์ นายผดุง เตชะอำไพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพินิจ สมบูรณ์สินชัย · จำเลย - นายผดุง เตชะอำไพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา