คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831-1832/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานขนย้ายสิ่งของออกนอกเขตห้ามขนย้ายในครั้งเดียวกัน แม้จะกระทำโดยใช้ยานพาหนะหลายคัน หรือมีผู้ร่วมกระทำหลายคน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องการขนย้ายข้าวสารเหนียมออกนอกเขตห้ามขนย้ายข้าว จึงว่าจ้างรถบรรทุก 2 คัน บรรทุกข้าวดังกล่าวคนละ 100 กระสอบ แล้วจำเลยขับรถของจำเลยนำหน้ารถบรรทุกทั้งสองคันไป การกระทำผิดของจำเลยเป็นการขนย้ายข้าวสารเหนียม 200 กระสอบ ออกนอกเขตห้ามขนย้ายข้าวในครั้งเดียวกัน แม้จะบรรทุกไปในรถบรรทุก 2 คัน ๆ ละ 100 กระสอบ และคนขับรถบรรทุกคันนั้น จะได้สมคบกันหรือไม่ก็ตาม ต้องถือว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มิใช่ว่าจะต้องแยกการกระทำของจำเลยไปตามจำนวนรถที่ขนย้ายข้าวหรือตามจำนวนคนขับรถซึ่งขับรถเหล่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้น พิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ฟ้องจำเลยนี้เป็น ๒ คดีใจความ ว่า จำเลยนี้กับจำเลยในคดีอื่นได้ร่วมกันนำข้าวสารเหนียม ว๒๐๐ กระสอบ น้ำหนัก ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม ออกนอกเขตท้องที่หนึ่งเข้าไปในอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าวแต่ละเขต โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙
จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทมาตรา ที่โจทก์อ้างมาท้ายฟ้อง วางโทษจำคุกคดีละ ๑ ปี และปรับคดีละ ๒,๕๐๐ บาท รวมเป็นจำคุก ๒ ปี และปรับ ๕,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๒,๕๐๐ บาท
โจทก์และจำเลยฎีกาทั้งสองสำนวน
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงแห่งคดี ๒ สำนวนได้ความว่า จำเลยต้องการขนย้ายข้าวสารเหนียมออกนอกเขตห้ามขนย้ายข้าว จึงว่าจ้างรถบรรทุก ๒ คัน บรรทุกข้าวดังกล่าวคนละ ๑๐๐ กระสอบ แล้วจำเลยขับรถของจำเลยนำหน้ารถบรรทุกทั้งสองคันไป จากท้องที่ซึ่งเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าวเขตหนึ่ง เข้าไปยังท้องที่ซึ่งเป็นเขตห้ามขนย้ายข้าวอีกเขตหนึ่ง โดยมิได้รับอนุญาต การกระทำผิดของจำเลยตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เป็นการขนย้ายข้าวสารเหนียม ๒๐๐ กระสอบ ออกนอกเขตห้ามขนย้ายข้าวในครั้งเดียวกัน แม้จะบรรทุกไปในรถบรรทุก ๒ คัน ๆ ละ ๑๐๐ กระสอบ และคนขับรถบรรทุกคันนั้น จะได้สมคบกันหรือไม่ก็ตาม ต้องถือว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มิใช่ว่าจะต้องแยกการกรทำของจำเลยไปตามจำนวนรถที่ขนย้ายข้าวหรือตามจำนวนคนขับรถซึ่งขับรถเหล่านั้นดังที่โจทก์ฎีกา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1831 - 1832/2523
พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์
นายมะเซ็ง อาแวลืมแม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นายมะเซ็ง อาแวลืมแม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · สุวัฒน์ รัตรสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายนึก หนูเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา