⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1837/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ปกครองทำขึ้นโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลในกรณีที่ผู้เยาว์ถูกละเมิด เป็นโมฆะและไม่มีผลผูกพันผู้เยาว์ ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้าง

ย่อคำพิพากษา

บิดาเด็กชาย บ. โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบิดาเด็กชาย ว. ผู้ทำละเมิดต่อผู้เยาว์โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลมูลละเมิดที่เด็กชาย ว. ก่อขึ้นหามีผลระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นโมฆะไม่และไม่มีผลผูกพันเด็กชาย บ. โจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้โจทก์จะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับเงินค่าเสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายอีก พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในชั้นนี้มีปัญหาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความท้ายคำให้การจำเลยเป็นโมฆะหรือไม่ ปรากฏว่านายทวี ด่านหนา บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายบุญเรือง ด่านหนา ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับนายอึ่ง วรรณศิริ บิดาของเด็กชายวิทยา วรรณศิริ รับเงินค่าเสียหาย3,800 บาทจากนายอึ่งไปในวันทำสัญญาดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าการทำละเมิดต่อผู้เยาว์ อันมีผลให้ผู้เยาว์มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนนั้น เป็นการที่ผู้เยาว์จะได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างหนึ่ง หากมีการประนีประนอมยอมความกันซึ่งผู้ใช้อำนาจปกครองต้องทำสัญญาแทนผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมต้องขออนุญาตศาลเสียก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1574(8) แต่ปรากฏว่านายทวี ด่านหนา บิดาโจทก์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยมิได้รับอนุญาตจากศาล เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว มูลละเมิดที่เด็กชายวิทยาก่อขึ้นหามีผลระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นโมฆะไม่ และไม่มีผลผูกพันเด็กชายบุญเรืองโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์จะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1837/2523 เด็กชายบุญเรือง ด่านหนา โจทก์ นายสุมิตร วงษ์ลา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็กชายบุญเรือง ด่านหนา · จำเลย - นายสุมิตร วงษ์ลา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 2335/2551ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8988/2550ฎีกา 6232/2534ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 643/2497ฎีกา 3604/2533ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8207/2538ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา