⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1951/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่ใช้สิทธิของตนโดยมีเจตนาจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และผู้เสียหายมีสิทธิปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายนั้นให้สิ้นไปตามมาตรา 1337

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่ติดต่อกัน โดยที่ดินของจำเลยแปลงหนึ่งอยู่ติดถนน ฟากตะวันตกตรงกันข้ามกับที่ดินของจำเลย อีกแปลงหนึ่งซึ่งติดต่อกับที่ดินโจทก์ฟากตะวันออก ทั้งโจทก์จำเลยต่างใช้ที่ดินทำนาข้าวโดยอาศัยน้ำฝน เมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลจากที่ดินของผู้อื่นทางทิศตะวันออก มาสู่ที่ดินโจทก์จำเลยทางทิศตะวันออกเขตถนน แล้วไหลผ่านท่อระบายน้ำ ผ่านถนนลงที่นาจำเลยแปลงทิศตะวันตก จำเลยทำคันดินหรือผนังขวางทางน้ำไหลจากท่อ ระบายมิให้ลงสู่ที่นา ของจำเลยดังที่เคยเป็นมา เป็นเหตุให้น้ำทางฟากถนนตะวันออกเอ่อท่วมทั้งที่นาจำเลยกับที่นาโจทก์มีระดับสูงแค่อก โจทก์ให้ประโยชน์ที่ดินทำนาไม่ได้ แม้จะฟังได้ว่า จำเลยทำคันดินหรือผนังกั้นน้ำ เพื่อมิให้น้ำซึ่งไหลจากท่อระบายเข้านาทำความเสียหายแก่ข้าวกล้าของจำเลย และไม่ใช่กรณีน้ำที่ไหลจากพื้นดินสูงลงสู่พื้นดินต่ำตามธรรมดา แต่ก็ได้ความว่า ถ้าจำเลยแก้ไขทำเหมืองให้น้ำผ่านนาของจำเลยไป ความเสียหายของโจทก์ผู้มีที่นาใกล้เคียงอีกฟากหนึ่งของถนนก็จะไม่เสียหาย เกินกว่า ที่ควรคิดหรือคาดหมายว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควร แต่จำเลยก็ไม่ยอมแก้ไขเพื่อบรรเทาผลร้ายของโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ปิดกั้นน้ำโดยทำคันดินหรือผนังดังกล่าว จึงเป็นการใช้สิทธิอันมีแต่จะเกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นเป็นละเมิด ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และโจทก์มีสิทธิที่จะปฏิบัติการให้ความเสียหายนั้นสิ้นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่คนละฟากถนน น้ำฝนไหลผ่านจากที่ดินแปลงอื่นมารวมที่ ที่ดิน โจทก์แล้วไหลผ่านท่อลอดใต้ถนนไปสู่ที่นาของจำเลยเป็นประจำตลอดมา ต่อมาจำเลยได้ทำผนังกั้นน้ำ เป็นเหตุให้น้ำเอ่อท่วมที่ดินโจทก์จนไม่สามารถทำนาได้ ทำให้โจทก์เสียหาย ๑๘,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับให้จำเลยเปิดผนังกั้นน้ำ หากไม่ปฏิบัติขอให้โจทก์ทำโดยจำเลยออกค่าใช้จ่าย และให้ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ท่อลอดใต้ถนนอยู่ในที่ดินของจำเลย น้ำท่วมนาโจทก์เพราะทางราชการทำถนนสูงขึ้น กระแสน้ำไหลผ่านท่อระบายลงสู่ที่ดินนาของจำเลยอย่างแรง จำเลยจึงต้องทำผนังกั้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวในนาเสียหาย เป็นการใช้สิทธิโดยชอบและไม่เป็นการก่อให้เกิดแต่ความเสียหาย แก่ผู้อื่น ไม่เป็นละเมิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดผนังกั้นน้ำตรงแนวฝั่งท่อลอดใต้ถนน ทั้งสองแห่ง ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์ทำโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๖,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงคงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบว่า ที่ดินของโจทก์จำเลยอยู่ติดต่อกัน ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง โดยที่ดินของจำเลยแปลงหนึ่งอยู่ติดถนน ฟากตะวันตกตรงกันข้ามกับที่ดินของจำเลย อีกแปลงหนึ่งซึ่งติดต่อกับที่ดินโจทก์ฟากตะวันออก ทั้งโจทก์จำเลยต่างใช้ที่ดินทำนาข้าวโดยอาศัยน้ำฝน เดิมเมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลจากที่ดินของผู้อื่นทางทิศตะวันออก มาสู่ที่ดินโจทก์จำเลยทางทิศตะวันออกเขตถนน และไหลลอดผ่านท่อระบายน้ำกับข้ามถนนลงยังที่นาจำเลยแปลงทิศตะวันตก แล้วไหลไปสู่ลำเหมืองในที่สุด ซึ่งโจทก์จำเลยก็ปลูกข้าวได้เป็นปกติ ครั้นคราว พ.ศ. ๒๕๑๙ ทางการได้ปรับปรุงยกระดับถนนตอนนี้ให้สูงขึ้น จนน้ำฝนไม่อาจไหลข้ามถนนได้ คงไหลผ่านท่อระบายน้ำ ๒ ช่อง ซึ่งอยู่ตรงที่นาจำเลยแปลงทิศตะวันออกลงที่นาจำเลยแปลงทิศตะวันตก ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๐ จำเลยได้ทำคันดินหรือผนังยาวขนานตามแนวเขตที่ดินติดถนนฟากตะวันตกมีความยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ ประมาณ ๓๐ มาตรา เพื่อกันมิให้น้ำซึ่งไหลจากท่อระบายดังกล่าวลงสู่ที่นาของจำเลย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยคงมีว่า การที่จำเลยทำคันดินหรือผนังกั้นน้ำมิให้เข้าที่นาของจำเลยจะเป็นละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์เห็นว่า ปัญหานี้โจทก์มีพยานโดยเฉพาะนายจิตรกำนันตำบลท้องที่เบิกความว่า เมื่อได้รับคำร้องเรียกจากโจทก์แล้วได้ไปดูที่นาของโจทก์จำเลยรายพิพาท เห็นจำเลยทำคันคิดหรือผนังขวางทางน้ำไหลขนานกับถนนกว้างประมาณ ๒ เมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ แล้ววกลงทิศตะวันตกสู่ลำเหมือง แต่ก็เป็นการทำร่องระบายขึ้นที่ดินที่เป็นเนินสูงน้ำไหลไม่สะดวก เป็นเหตุให้น้ำทางฟากถนนตะวันออกเอ่อท่วมทั้งที่นาจำเลยกับที่นาโจทก์มีระดับสูงแค่อก โจทก์ให้ประโยชน์ที่ดินทำนาไม่ได้ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ ๑๕ ไร่ นายจิตรขอร้องให้จำเลยทำรายงานเสนอนายอำเภอปะเหลียนทราบตามหนังสือเอกสารหมาย จ.๒ ดังนี้ เห็นว่านายจิตรเป็นกำนันท้องที่ไม่มีสาเหตุกับฝ่ายใด ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อตามที่นายจิตรเบิกความว่า แม้ข้อนำสืบของจำเลยจะฟังได้ว่า จำเลยต้องทำคันดินหรือผนังกั้นน้ำ เพื่อมิให้น้ำซึ่งไหลจากท่อระบายเข้านาทำความเสียหายแก่ข้าวกล้าของจำเลย และกรณีจะเป็นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า น้ำที่ไหลจากท่อระบายน้ำไม่ใช่น้ำที่ไหลจากพื้นดินสูงลงสู่พื้นดินต่ำตามธรรมดา จำเลยไม่ต้องรับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๙ ก็ตาม แต่คดีก็ได้ความว่า ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบประกอบกับเอกสารการเปรียบเทียบของนายอำเภอปะเหลียนหมาย จ.๓ ว่า ถ้าจำเลยแก้ไขทำเหมืองให้น้ำผ่านนาของจำเลยไป ความเสียหายของโจทก์ผู้มีที่นาใกล้เคียงอีกฟากหนึ่งของถนนก็จะไม่เสียหาย เกินกว่า ที่ควรคิดหรือคาดหมายว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควร แต่จำเลยก็ไม่ยอมแก้ไขเพื่อบรรเทาผลร้ายของโจทก์ การกระทำของจำเลยที่ปิดกั้นน้ำโดยทำคันดินหรือผนังดังกล่าว จึงเป็นการใช้สิทธิอันมีแต่จะเกิดความเสียหาย แก่ผู้อื่นเป็นละเมิด ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๑ และโจทก์มีสิทธิที่จะปฏิบัติการให้ความเสียหายนั้นสิ้นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๗ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิด ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2523 นายสมหมาย ชูละออง โจทก์ นายร่วง เหลือแดง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมหมาย ชูละออง · จำเลย - นายร่วง เหลือแดง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒน์ ผดุงจิตร · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายจรัญ สิรันทวิเนติ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิตร นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1915/2518ฎีกา 1534/2565ฎีกา 3047/2540ฎีกา 4976/2536ฎีกา 401/2518ฎีกา 2989/2533ฎีกา 861/2540ฎีกา 6510/2537ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2845/2556ฎีกา 3833/2528ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 1971/2517ฎีกา 2572/2520ฎีกา 4834/2539ฎีกา 4432/2553ฎีกา 9020/2543ฎีกา 451/2531ฎีกา 57/2518ฎีกา 5565/2548ฎีกา 9671-9675/2544ฎีกา 949/2527ฎีกา 3029/2533ฎีกา 1121/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา