⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2004/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าหนี้ตามสัญญาบางส่วนไม่สมบูรณ์เนื่องจากมีการรวมดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นข้ออ้างที่ผู้กล่าวอ้างมีหน้าที่ต้องนำสืบตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของจำเลยทั้งสองที่ว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือกู้เงิน และจำเลยที่ 2 ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันตามฟ้องจริง แต่จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากโจทก์เพียง 10,000 บาท เหตุที่จำนวนเงินในหนังสือสัญญาเป็น 16,000 บาท เพราะโจทก์นำดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไปรวมเข้าด้วยนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าหนี้ตามสัญญาบางส่วนไม่สมบูรณ์ มิใช่เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างว่าสัญญาปลอม จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงที่ตนกล่าวอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 เมื่อคู่ความต่างไม่สืบพยาน จำเลยทั้งสองต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๑๖,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ค้างชำระอยู่ ๘,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยที่ ๑ ชำระถ้าไม่ชำระขอให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงิน และจำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารท้ายฟ้องจริง แต่จำเลยที่ ๑ รับเงินเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท เหตุที่จำนวนเงินในหนังสือสัญญาเป็น ๑๖,๐๐๐ บาท เพราะโจทก์บวกดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ต่อเดือนเข้าไปด้วย จำเลยชำระเงินแล้ว ๘,๐๐๐ บาท จึงต้องชำระอีก ๒,๐๐๐ บาท โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระต้นเงิน ๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าคำให้การของจำเลยทั้งสองที่ว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินและจำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันตามฟ้องจริง แต่จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินจากโจทก์เพียง ๑๐,๐๐๐ บาท เหตุที่จำนวนเงินในหนังสือสัญญาเป็น ๑๖,๐๐๐ บาท เพราะโจทก์นำดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจำนวน ๖,๐๐๐ บาท ไปรวมเข้าด้วยนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าหนี้ตามสัญญาบางส่วนไม่สมบูรณ์เนื่องจากโจทก์นำดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไปรวมเข้าเป็นเงินต้นมิใช่เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างว่าสัญญาปลอม จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงที่ตนกล่าวอ้าง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔ เมื่อคู่ความต่างไม่สืบพยาน จำเลยทั้งสองต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๔/๒๔๙๗ ที่จำเลยทั้งสองอ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2523 นางเริงศักดิ์ หนูราช โจทก์ นางอังคณา สาลีผล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเริงศักดิ์ หนูราช · ล. - นางอังคณา สาลีผล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นางสิริรัตน์ จันทรา · ศาลอุทธรณ์ - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491ฎีกา 952/2491ฎีกา 9909/2539ฎีกา 7/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา