คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และการมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม เป็นความผิดคนละฐานกัน แม้จะมีไว้ในครอบครองในวันเวลาเดียวกัน ก็ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ย่อคำพิพากษา
มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามกฎหมายบัญญัติบทความผิด และบทลงโทษไว้คนละมาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์ที่จะแยกความผิด 2 ฐานนี้อออกจากกัน ทั้งวัตถุของกลางก็เป็นคนละประเภทแสดงว่าเจตนามีไว้แตกต่างกัน และความผิดแต่ละประเภทสำเร็จแล้วนับแต่มีไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีไว้ในวันเวลาเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.78 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกชนิดทำเองจำนวน ๑ กระบอก ไม่มีหมายเลขทะเบียนและเครื่องหมายประจำอาวุธปืนของเจ้าพนักงาน กับมีกระสุนปืนเล็กยาว เอ็ม.๑๖ จำนวน ๑ นัด ใช้ยิงไม่ได้ อันเป็นเครื่องกระสุนปืนใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กับพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในที่ชุมนุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงและการมหรสพโดยไม่มีเหตุอันสมควร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๕๕, ๗๘ ฯลฯ ริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี ฐานพกพาอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือน ฐานมีกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามจำคุก ๒ ปี รวมจำคุก ๓ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องข้อหามีกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามและขอให้รอการลงโทษหรือลดโทษ
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในการครอบครองครั้งเดียวคราวเดียวกันเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๕๕, ๗๘ แต่ให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน มาตรา ๕๕, ๗๘ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักจำคุก ๒ ปี รวมกับโทษฐานพกพาอาวุธปืนที่ศาลชั้นต้นจำคุก ๖ เดือน เป็นจำคุก ๒ ปี ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑ ปี ๓ เดือน ของกลางริบ
โจทก์ฎีกาว่าความผิดฐานมีอาวุธปืนกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษทุกกรรมตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ มีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามเป็นความผิดตามมาตรา ๕๕, ๗๘ การที่กฎหมายบัญญัติบทควาผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตราย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่า มีความประสงค์จะแยกความผิด ๒ ฐานนี้ออกจากกัน ทั้งวัตถุของกลางก็เป็นคนละประเภท แสดงว่าเจตนามีไว้แตกต่างกันและความผิดแต่ละประเภทสำเร็จแล้วนับแต่มีไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีไว้ในวันเวลาเดียวกันก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2523
พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
นายโฮม หรือ ชื่น เขตคำ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · ล. - นายโฮม หรือ ชื่น เขตคำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายชนะ ภาสถานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมประสงค์ พานิชอัตรา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา