คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนได้ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยก่อน
2. ผู้ครอบครองทรัพย์สินโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายได้ แม้ตนเองจะต้องรับผิดต่อเจ้าของทรัพย์สินนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนไปได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเสียก่อน
เจ้าของนำรถจักรยานยนต์มาจ้างร้านโจทก์ซ่อมแล้วไม่มารับคืนเพราะค่าจ้างสูง โจทก์จึงเอามาใช้ขับขี่ แล้วถูกรถจำเลยชนได้รับความเสียหาย กรณีนี้โจทก์เป็นผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์โดยชอบด้วยกฎหมาย และจะต้องรับผิดต่อเจ้าของรถหากรถนั้นต้องเสียหาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์คันนั้นแก่โจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุตรสะใภ้และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีข้าวได้ขับรถบรรทุกข้าวสารของจำเลยที่ 2 ไปส่งลูกค้าในทางการที่จ้าง ขับรถโดยประมาทชนกับรถจักรยานยนต์ซึ่งโจทก์ขับมา ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 และไม่ได้ประมาทเหตุเกิดเพราะความผิดของโจทก์เอง รถจักรยานยนต์และนาฬิกาข้อมือตามฟ้องไม่ใช่ของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมค่าเสียหายที่เรียกร้องเกินความจริงขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประเด็นข้อหนึ่งซึ่งจำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยถึงเหตุที่รถชนกันว่าโจทก์มีส่วนประมาทด้วย ซึ่งศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ก่อนนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวมีผลเกี่ยวเนื่องถึงการคำนวณค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในท้องสำนวนพอวินิจฉัยได้แล้วศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยไปได้เลยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนดังที่จำเลยฎีกา
อีกข้อหนึ่งจำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์เพราะโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ได้ความว่า รถเป็นของผู้ที่เอามาจ้างร้านโจทก์ซ่อมแล้วเจ้าของไม่มารับคืนเพราะค่าจ้างซ่อมสูง โจทก์จึงเอามาใช้ขับขี่ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าในขณะเกิดเหตุรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุอยู่ในความครอบครองของโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์จะต้องรับผิดต่อเจ้าของรถหากรถนั้นต้องเสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1 มาทำให้เสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้
สำหรับค่าเสียหายอย่างอื่นที่ศาลล่างกำหนดมาศาลฎีกาเห็นว่า เหมาะสมแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2523
นายสมศักดิ์ แซ่เลี้ยง โจทก์
นางสมบูรณ์ สินค้า กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ แซ่เลี้ยง · จำเลย - นางสมบูรณ์ สินค้า กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา