⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2449/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2449/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างมีเหตุผลอันสมควรและเป็นธรรม ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แม้จะมีการดำเนินการกับลูกจ้างรายอื่นแตกต่างกันไปก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับ ช. หัวหน้าแผนกมีการขัดแย้งกันในการทำงาน ทำให้งานในแผนกนั้นระส่ำระสายเป็นที่เสียหายแก่จำเลยผู้เป็นนายจ้าง จึงเป็นเหตุจำเป็นและสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ การที่จำเลยไม่เลิกจ้าง ช. ด้วยก็เพราะจำเลยเห็นว่าหากให้คนทั้งสองออกจากตำแหน่งจะเกิดความเสียหายแก่งานของจำเลย จึงต้องให้คนใดคนหนึ่งออกเพียงคนเดียว และเห็นว่าการเอา ข. ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกไว้ เห็นได้ว่าจำเลยมีเหตุผลสมควรที่บัญญัติเช่นนั้น ฉะนั้น การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ผู้เดียวไม่ได้ดำเนินการอย่างใดกับ ข. จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำในตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าแผนกบุคคล จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ถูกกับหัวหน้าแผนกจึงให้โจทก์ออก โดยจะจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับเดือนถัดไป ๑ เดือน ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้รับมา จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จึงจอเรียกค่าเสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จ่ายค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๑๑๕,๖๔๐ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยถูกต้องและยุติธรรม ได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานโดยครบถ้วนแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์เกิดความขัดแย้งทั้งในด้านส่วนตัวและเกี่ยวกับการปฏิบัติงานกับ ช. หัวหน้าแผนกบุคลากร ซึ่งโจทก์เป็นผู้ช่วย ทำให้งานในแผนกเกิดความล่าช้าและเสียหายเนืองๆ นอกจากนั้นโจทก์ยังขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการติดต่อกับแผนกอื่นๆ ในสถาบันจำเลย ทำให้แตกความสามัคคี จำเลยได้ประชุมใหญ่จำเลยแล้วเห็นสมควรที่จะต้องเลิกจ้างโจทก์ โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายสูงเกินไป ทั้งโจทก์ได้รับค่าชดเชยกับเงินเดือนล่วงหน้าไปแล้ว โจทก์ไม่มีความเสียหายใดๆ ที่จะให้จำเลยชดใช้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะขัดแย้งกับ ช. ทำให้งานในแผนกบุคลากรระส่ำระสาย แต่กรณีขัดแย้งนี้ทั้งโจทก์และ ช. ต่างมีส่วนผิดด้วยกัน การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ผู้เดียวโดยไม่ปรากฏว่าดำเนินการอย่างใดกับ ช. นับว่าไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์กับ ช.หัวหน้าแผนกคดีการขัดแย้งกันในการทำงาน ทำให้งานในแผนกบุคลากรระส่ำระสายเป็นที่เสียหายแก่จำเลย จึงมีเหตุจำเป็นและสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ การที่ ช. มีส่วนทำให้เกิดความขัดแย้งมีส่วนผิดเช่นเดียวกับโจทก์ มิใช่เหตุที่โจทก์ไม่พึงถูกเลิกจ้าง ทั้งเหตุที่จำเลยไม่เลิกจ้าง ช.ด้วย เพราะจำเลยเห็นว่าหากให้ทั้งสองคนออกจากตำแหน่งจะเกิดความเสียหายแก่งานของจำเลย จึงต้องให้คนหนึ่งคนใดออกเพียงคนเดียว และเห็นว่าควรเอา ช. ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกไว้ จึงเห็นได้ว่าจำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะปฏิบัติเช่นนั้น ฉะนั้น การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ผู้เดียวโดยไม่ได้ดำเนินการอย่างใดกับ ช. จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2449/2523 นางบังอร ธรรมชาติ โจทก์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบังอร ธรรมชาติ · ล. - สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ภิญโญ ธีรนิติ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พลายภู่ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 5609/2542ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 359/2541ฎีกา 2652/2523ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 2459/2525ฎีกา 4533/2549ฎีกา 3801/2531ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2222/2560ฎีกา 2133/2531ฎีกา 5396/2540ฎีกา 4812/2550ฎีกา 3355/2535ฎีกา 1221/2549ฎีกา 897/2547ฎีกา 258/2545ฎีกา 255/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 8335/2560ฎีกา 859/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา