⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2468/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2468/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้เสียหายสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนได้ เว้นแต่กฎหมายจะห้ามไว้ หรือกฎหมายบังคับให้ผู้เสียหายต้องกระทำด้วยตนเอง 2. การรับทรัพย์สินคืนเพื่อบรรเทาความเสียหาย ไม่ถือเป็นการยอมความที่ทำให้สิทธิการฟ้องคดีอาญาระงับ เว้นแต่จะมีข้อตกลงระงับข้อพิพาทนั้นโดยชัดแจ้ง 3. การมีทรัพย์สินอื่นเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขาย ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยที่ออกเช็คแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่เป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

ย่อคำพิพากษา

การร้องทุกข์ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้มีการมอบอำนาจ ทั้งมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ผู้เสียหายต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนได้ จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อยางรถยนต์ให้ผู้เสียหาย ต่อมาธนาคารปฏิเสธการใช้เงินตามเช็ค การที่ผู้เสียหายเอายางรถยนต์บางส่วนคืนจากจำเลยเป็นการกระทำเพื่อบรรเทาความเสียหายเท่านั้น เมื่อไม่ได้ความว่ามีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความอันเป็นเหตุให้สิทธิการฟ้องคดีอาญาระงับ กรณีมีผู้จำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย ที่จำเลยออกเช็คชำระหนี้แก่โจทก์นั้น เป็นความผูกพันตามสัญญาจำนองอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่มีผลให้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คเพื่อชำระหนี้ให้ผู้เสียหาย ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละหนึ่งในสาม ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๖,๖๖๖ บาท ๖๖ สตางค์ จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๔ เดือน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ผู้เสียหายตกลงขายเชื่อยางรถยนต์ให้จำเลยในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีนางสุชาดาจำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ จำเลยที่ ๑ ได้ซื้อยางรถยนต์จากผู้เสียหายรวมเป็นเงิน ๑๒๒,๑๕๐ บาท และจำเลยทั้งสองได้ออกเช็คตามฟ้องชำระหนี้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น เพราะจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ จำเลยที่ ๑ ขอเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับธนาคารตามเช็คในวงเงินเพียงหนึ่งแสนบาท และจำเลยที่ ๑ ได้จ่ายเงินเกินบัญชีไปมากแล้ว เมื่อไม่ได้รับเงินตามเช็ค ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้นายเชาวนะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสอง และผู้เสียหายได้เอายางรถยนต์คืนจากจำเลยแล้วบางส่วนคิดเป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท สำหรับฎีกาจำเลยที่ว่าผู้เสียหายจะมอบให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนไม่ได้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดไม่มีกฎหมายห้ามมิให้มีการมอบอำนาจ ทั้งมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ผู้เสียหายต้องกระทำด้วยตนเอง ดังนั้น ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้ผู้อื่นร้องทุกข์แทนได้ ส่วนฎีกาจำเลยทีว่า หลังจากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้ว ผู้เสียหายได้เอายางรถยนต์ที่ขายให้จำเลยคืนบางส่วน เท่ากับเป็นการประนีประนอมยอมความ มูลหนี้ตามเช็คจึงระงับ นอกจากนี้นางสุชาดาได้จำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ไว้แล้วด้วย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดนั้น เห็นว่าการที่ผู้เสียหายเอายางรถยนต์บางส่วนคืนจากจำเลย เป็นการกระทำเพื่อบรรเทาความเสียหายเท่านั้น เมื่อไม่ได้ความว่ามีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมความอันเป็นเหตุให้สิทธิการฟ้องคดีอาญาระงับ กรณีมีผู้จำนองที่ดินเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยก่อนจำเลยออกเช็คชำระหนี้แก่โจทก์นั้นเป็นความผูกพันตามสัญญาจำนองอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ไม่มีผลให้การกระทำของจำเลยตามฟ้องไม่เป็นความผิด ฎีกาจำเลยนอกจากนี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2468/2523 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุวิชัยยนต์ฯ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุวิชัยยนต์ฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · สง่า อำพันแสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 666/2502ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1124/2496ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1979/2521ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 1079/2511ฎีกา 2386/2541ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา