⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2485/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คที่รับโอนเช็คโดยการสลักหลังและส่งมอบ ย่อมมีสิทธิรับเงินตามเช็คนั้น แม้เช็คนั้นจะเป็นเช็คที่ออกให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เช็คพิพาทเป็นเช็คขีดคร่อมทั่วไป สั่งจ่ายเงินให้จำเลยที่ 1 หรือผู้ถือ ย่อมเปลี่ยนมือได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้ทำสัญญาขายลดเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวให้โจทก์ โดยได้สลักหลังเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวให้โจทก์ โดยได้สลักหลังเช็คทั้งสองฉบับโอนให้โจทก์และโจทก์ได้ชำระเงินค่าขายลดเช็คให้จำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.917 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.994 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.999

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันทำสัญญาขายลดเช็คและมอบเช็คที่จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ร่วมกันเป็นผู้สั่งจ่ายรวม ๕ ฉบับไว้กับโจทก์ รับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันสลักหลังเช็คทั้ง ๕ ฉบับ แต่ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ ขอศาลบังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดเช็คกับโจทก์ จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ให้การว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ออกเช็คทั้งห้าฉบับเป็นการประกันหนี้และชำระหนี้นั้นแล้ว จึงไม่มีมูลหนี้ โจทก์ทราบเรื่องดี แต่รับโอนเช็คไว้โดยไม่สุจริตจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินตามเช็คหมาย จ.๑๑ จำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท หมาย จ.๑๒ จำนวนเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี แก่โจทก์และให้จำเลยที่๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมชำระเงินแก่โจทก์ตามเช็คหมาย จ.๕, จ.๗, จ.๙ จำนวนเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท , ๒๕๐,๐๐๐ บาท และ ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ รับผิดชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เช็คหมาย จ.๑๑, จ.๑๒ แก่โจทก์ด้วย จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ฎีกาข้อต่อไปว่า โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คพิพาทในนามของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับเงินตามเช็คเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ เช็คพิพาทจึงยังไม่ได้เปลี่ยนมือ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค ไม่มีอำนาจฟ้องเห็นว่าเช็คพิพาทหมาย จ.๑๑ และ จ.๑๒ เป็นเช็คขีดคร่อมทั่วไป สั่งจ่ายเงินให้จำเลยที่ ๑ หรือผู้ถือ ย่อมเปลี่ยนมือได้ เมื่อจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ได้ทำสัญญาขายลดเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวให้โจทก์ โดยได้สลักหลังเช็คทั้งสองฉบับโอนให้โจทก์ และโจทก์ได้ชำระเงินค่าขายลดเช็คให้จำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คหมาย จ.๑๑ และ จ.๑๒ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๔ แม้นายลิขิตพยานโจทก์จะเบิกความว่า ได้เรียกเก็บเงินตามเช็คในนามของจำเลยที่ ๑ และเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ และธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น คงหมายถึงเช็คหมาย จ.๕, จ.๗ และจ.๙ ซึ่งเป็นเช็คขีดคร่อมมีข้อความว่า A/C Payee only เป็นทำนองห้ามเปลี่ยนมือเท่านั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2523 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดฮกเฮงพาณิชย์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดฮกเฮงพาณิชย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ บุญเลี้ยง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5603/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 5594/2533ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 1952/2537ฎีกา 1162/2515ฎีกา 4282/2536ฎีกา 2647/2535ฎีกา 250/2541ฎีกา 265/2526ฎีกา 2690/2523ฎีกา 3776/2547ฎีกา 908/2534ฎีกา 1004/2539ฎีกา 1965/2531ฎีกา 3934/2525ฎีกา 772/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา