คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4455/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อผู้รับเช็คอ้างว่าตนเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้สั่งจ่ายเช็คมีหน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ต้องรับผิดตามเช็คนั้น
2. คำพิพากษาคดีอาญาที่วินิจฉัยเพียงเจตนาในการกระทำความผิดอาญา ไม่ผูกพันการวินิจฉัยคดีแพ่งที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็ค เมื่อจำเลยรับว่าได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทจริงเบื้องต้นต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จำเลยให้การว่าเป็นตัวแทนของโจทก์นำเงินของโจทก์ไปลงทุนเล่นแชร์น้ำมันกับ ช.จึงสั่งจ่ายเช็คพิพาทไว้เป็นหลักฐาน เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดตามเช็ค หน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงตกอยู่แก่จำเลย เมื่อจำเลยนำสืบฟังไม่ได้ตามที่ให้การต่อสู้ไว้ จำเลยย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์
คดีอาญามีผลชี้ขาดเพียงไม่มีมูลในเจตนากระทำผิดทางอาญาเท่านั้น ทั้งคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ผลแห่งคดีอาญาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันคดีแพ่งนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพิชัย สันตภิรมย์ · จำเลย - นางจิตติพร เวชปาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนัด หมายสวัสดิ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · โสภณ รอดหิรัญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา