⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2528/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้แล้ว ศาลไม่จำต้องทำการสืบพยานต่อไปอีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยมิได้ปลูกสร้างในที่ดินของโจทก์ จำเลยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งซื้อไว้จากจำเลยร่วมโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย จำเลยมิได้กล่าวในคำให้การว่าได้ปลูกสร้างเรือนในที่พิพาทโดยสุจริต ศาลชั้นต้นตั้งประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่า จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารอยู่ในที่ดินของโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ คดีจึงไม่มีข้อให้วินิจฉัยเลยไปถึงว่า ถ้าอาคารของจำเลยที่ปลูกสร้างไว้ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยกระทำโดยสุจริตหรือไม่ ศาลชั้นต้นมีหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตามคำของจำเลยแต่จำเลยร่วมไม่ยอมเข้ามาในคดีจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นทำการสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าพอจะวินิจฉัยคดีได้ ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องทำการสืบพยานต่อไป และไม่จำต้องเรียกจำเลยร่วมมาสอบถาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๓๗๘ โดยรับซื้อฝากมาจาก ส.แล้วตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสองปลูกสร้างอาคารอยู่ในที่ดินแปลงนี้ โจทก์แจ้งให้รื้อถอนออกไป จำเลยทั้งสองไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปและชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ปลูกสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์ แต่ปลูกอยู่ในที่ดินโฉนด เลขที่ ๓๙๓๗๙ และ ๓๙๓๗๗ ตามลำดับ ซึ่งเป็นที่ดินของจำเลยซื้อมาจาก ส.โดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และครอบครองตลอดมา ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายเรียก ส.เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตและหมายเรียกให้เข้ามาเป็นจำเลยร่วมแล้ว แต่จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ก่อนสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริง จำเลยทั้งสองรับว่าได้ปลูกสร้างเรือนลงในที่ดินของโจทก์ แต่ขณะที่ปลูกนั้นเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นการปลูกลงในที่ดินของตนที่ซื้อจาก ส.จำเลยร่วม เพิ่งจะมาทราบว่าปลูกลงในเขตที่ดินของโจทก์เมื่อทำแผนที่พิพาทคดีนี้ โจทก์แถลงรับว่าเป็นความจริงดังที่จำเลยทั้งสองแถลง และโจทก์จำเลยรับกันในจำนวนค่าเสียหายของโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยแถลงพอวินิจฉัยคดีได้ จึงให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังว่า บ้านของจำเลยทั้งสองตามฟ้องปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานโดยไม่รอผลการรังวัดตรวจสอบเขตที่ดินในกรทำแผนที่พิพาทนั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นพิพาทได้โดยไม่จำต้องรอผลการรังวัดสอบเขตที่ดินรายพิพาท หากจำเลยเห็นว่าผลของการรังวัดทำให้จำเลยต้องยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ จำเลยก็อาจทำได้โดยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การต่อศาล ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นมิได้พิจารณาว่าจำเลยได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่นั้น เห็นว่าจำเลยให้การว่าจำเลยมิได้ปลูกสร้างเรือนในที่ดินของโจทก์ แต่ปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยซึ่งซื้อไว้จาก ส. จำเลยรวมโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย จำเลยมิได้กล่าวในคำให้การว่าได้ปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินพิพาทโดยสุจริต ศาลชั้นต้นจึงตั้งประเด็นข้อพิพาทไว้เพียงว่า จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารอยู่ในที่ดินของโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ จำเลยก็มิได้คัดค้านประการในคดีจึงไม่มีข้อให้วินิจฉัยเลยไปถึงว่า ถ้าโรงเรือนที่จำเลยปลูกสร้างไว้ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิาทของโจทก์ จำเลยกระทำโดยสุจริตหรือไม่ ส่วนฎีกาที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงเพียงจากโจทก์จำเลยแล้วมีคำสั่งงดสืบพยาน โดยไม่เรียกตัวจำเลยร่วมมาสอบถามก่อนย่อมไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะมีหมายเรียก ส.เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของจำเลย แต่จำเลยร่วมก็ไม่ยอมเข้ามาในคดีจนศาลชั้นต้นมีคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นทำการสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าพอที่จะวินิจฉัยข้อพิพาทได้ ศาลชั้นต้นก็ไม่จำต้องทำการสืบพยานต่อไป และไม่มีกฎหมายบังคับศาลว่า ในกรณีเช่นนี้ต้องเรียกจำเลยร่วมมาสอบถามด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2523 นางวรรณา เจียมวีระบรรยง โจทก์ นางแสงเดือน สมบูรณ์แก้ว กับพวก ล. นางสนั่น เมฆส่อน กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวรรณา เจียมวีระบรรยง · ล. - นางแสงเดือน สมบูรณ์แก้ว กับพวก · จำเลยร่วม - นางสนั่น เมฆส่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒน์ ผดุงจิตร · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบรรทม จาตกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา