⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2574/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลนอกเหนือไปจากที่คู่ความได้ฟ้องหรือให้การไว้ ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สามารถอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกคำให้การเป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์โจทก์ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ (2) ไม่ใช่เสียตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้หรือเบิกเงินเกินบัญชีที่ผู้ตายเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารไป ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อมาผู้ตายถึงแก่กรรมโดยมิได้ชำระหนี้ให้ธนาคารธนาคาทวงถาม โจทก์จึงได้ชำระหนี้พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้ธนาคารไป ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวจากกองมรดกของผู้ตาย จำเลยให้การว่า ผู้ตายสามีจำเลยไปทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย สัญญาดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเงินที่ผู้ตายเบิกเกินบัญชีมาโจทก์ได้รับไปจากผู้ตายเพื่อนำไปใช้ในการสร้างบ้าน และโจทก์เป็นผู้ได้รับบ้านดังกล่าวจากผู้ตาย โจทก์จึงต้องรับผิดในจำนวนเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์มีส่วนได้ประโยชน์ในเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่ผู้ตายกู้มาจากธนาคาร จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำสัญญา ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ตายได้นำเงินที่กู้มาใช้จ่ายในหนี้อันจะถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภรรยา จำเลยจึงไม่ปรากฏว่าผู้ตายได้นำเงินที่กู้มาใช้จ่ายในหนี้อันจะถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภรรยา จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุปกรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ พิพากษายกอุทธรณ์ โจทก์ฎีกาว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า อุทธรณ์โจทก์ในข้อ ๒.๓ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับนั้น มีข้ออุทธรณ์เป็นสองตอน ตอนแรกเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ส่วนตอนหลังโจทก์อุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์มีส่วนได้ประโยชน์ในเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่นายวิจารณ์กู้มาจากธนาคารเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง นอกคำให้การ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ที่ถึงแก่กรรม ใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยในฐานะทายาทโดยชอบธรรมของลูกหนี้ที่ถึงแก่กรรม คดีไม่มีประเด็นจะวินิจฉัยว่าโจทก์มีส่วนได้ประโยชน์จากเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีหรือไม่ แม้จำเลยจะให้การไว้ก็ไม่ทำให้เป็นประเด็นขึ้นมา โจทก์อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยปัญหาข้อนี้เป็นการวินิจฉัยยกฟ้องนอกคำให้การ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาข้อกฎหมายดังกล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่ อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเรื่องละ ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ข้อ (๒) ไม่ใช่เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท ให้คืนค่าขึ้นศาลที่เกินมาให้โจทก์ไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2523 นางหีด บุญคง หรือโสมทัต โจทก์ นางปุ่น โสมทัต ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหีด บุญคง หรือโสมทัต · ล. - นางปุ่น โสมทัต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายเอกชัย ชินณพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1948/2520ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา