คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าของทรัพย์สินที่ขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยมีสิทธิขัดขวางมีให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันบุกรุกเข้าไปในที่นาของโจทก์หลายคราว และได้ทำลายพืชผลที่โจทก์ปลูกไว้ทำการไถคราด ปักดำข้าวและยึดถือเอาที่นาของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๔ ไร่ และยังแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของจำเลยด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๕, ๑๗๒, ๑๗๓, ๘๓, ๘๔ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง
จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ จำเลยไม่ได้ทำลายพืชผลของโจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมาเกินความจริง โจทก์ฟ้องแก้เกี่ยวเนื่องจากถูกจำเลยที่ ๑ ฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ จำเลยจึงมิได้บุกรุกที่ดินโจทก์ดังฟ้อง เมื่อฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ หากจำเลยจะได้ร่วมกันทำลายพืชผลโจทก์จริงก็มิได้ก่อความเสียหายให้แก่โจทก์ที่จะฟ้องร้องให้ลงโทษและเรียกค่าเสียหายจากจำเลย การที่จำเลยแจ้งความไม่เป็นเท็จ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๘ ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของที่พิพาทการกระทรวงของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก แจ้งความเท็จ หรือละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยทั้งสี่ได้ทำลายพืชผลที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินพิพาทจริง ตามฎีกาของโจทก์มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาตามที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับเป็นฎีกาเฉพาะในคดีส่วนแพ่งกับปัญหาว่าการที่จำเลยทำลายพืชผลของโจทก์ที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ ในคดีส่วนแพ่งโจทก์ลงฎีกาแต่เฉพาะในเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับการที่ไม่ได้เข้าทำนาในที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าจำเลยเข้าไปแย่งทำเป็นเหตุให้โจทก์ขาดผลประโยชน์รายได้ เป็นการละเมิดต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่ดินพิพาท จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ส่วนในเรื่องที่จำเลยทำลายพืชผลของโจทก์ที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินพิพาท ก็เห็นว่าเมื่อที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523
นายสังข์ทอง อุทรักษ์ โจทก์
นายสีทา บักไคหัง กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสังข์ทอง อุทรักษ์ · ล. - นายสีทา บักไคหัง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา