⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2762/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าของทรัพย์สินที่ขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยมีสิทธิขัดขวางมีให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันบุกรุกเข้าไปในที่นาของโจทก์หลายคราว และได้ทำลายพืชผลที่โจทก์ปลูกไว้ทำการไถคราด ปักดำข้าวและยึดถือเอาที่นาของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๔ ไร่ และยังแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์บุกรุกที่ดินของจำเลยด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๕, ๑๗๒, ๑๗๓, ๘๓, ๘๔ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ จำเลยไม่ได้ทำลายพืชผลของโจทก์ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมาเกินความจริง โจทก์ฟ้องแก้เกี่ยวเนื่องจากถูกจำเลยที่ ๑ ฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ จำเลยจึงมิได้บุกรุกที่ดินโจทก์ดังฟ้อง เมื่อฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ หากจำเลยจะได้ร่วมกันทำลายพืชผลโจทก์จริงก็มิได้ก่อความเสียหายให้แก่โจทก์ที่จะฟ้องร้องให้ลงโทษและเรียกค่าเสียหายจากจำเลย การที่จำเลยแจ้งความไม่เป็นเท็จ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๕๘ ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองและเป็นเจ้าของที่พิพาทการกระทรวงของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก แจ้งความเท็จ หรือละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยทั้งสี่ได้ทำลายพืชผลที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินพิพาทจริง ตามฎีกาของโจทก์มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาตามที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับเป็นฎีกาเฉพาะในคดีส่วนแพ่งกับปัญหาว่าการที่จำเลยทำลายพืชผลของโจทก์ที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ ในคดีส่วนแพ่งโจทก์ลงฎีกาแต่เฉพาะในเรื่องค่าเสียหายเกี่ยวกับการที่ไม่ได้เข้าทำนาในที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าจำเลยเข้าไปแย่งทำเป็นเหตุให้โจทก์ขาดผลประโยชน์รายได้ เป็นการละเมิดต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่ดินพิพาท จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ส่วนในเรื่องที่จำเลยทำลายพืชผลของโจทก์ที่โจทก์ปลูกไว้ในที่ดินพิพาท ก็เห็นว่าเมื่อที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523 นายสังข์ทอง อุทรักษ์ โจทก์ นายสีทา บักไคหัง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสังข์ทอง อุทรักษ์ · ล. - นายสีทา บักไคหัง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 845/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา