⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2896/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2896/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินถูกแบ่งแยกจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินที่ไม่มีทางออกมีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าของที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ติดกันเปิดทางเดินออกสู่ทางสาธารณะได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินของโจทก์และจำเลยเดิมรวมอยู่ในที่ดินแปลงเดียวกันเมื่อมีการแบ่งแยกกันเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ด้านในไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะบนที่ดินของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ส่วนปัญหาที่ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปิดทางพิพาทได้เท่าใดนั้น เมื่อโจทก์อ้างว่าทางพิพาทกว้าง 2 เมตร จำเลยปฏิเสธว่าไม่กว้างเท่าที่อ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้เปิดทางกว้าง 2 เมตรตามที่กำหนด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากพยานหลักฐานของโจทก์ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 13 เดิมซึ่งเป็นของอำแดงเป้านั้น มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่เกือบทุกด้าน กล่าวคือ ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 9 (เอกสารหมาย จ.4) ทิศตะวันตกเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 14 (เอกสารหมายจ.5) และทิศใต้เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 12 (เอกสารหมาย จ.7) ถัดที่ดินโฉนดเลขที่ 12 ลงไปทางทิศใต้เป็นแม่น้ำบางประกง คงมีแต่เพียงด้านทิศเหนือด้านเดียวซึ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 13 อยู่ติดกับทางสาธารณะตามสภาพเช่นนี้ เมื่อเดิมที่ดินของโจทก์และของจำเลยรวมอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 13 แปลงเดียวกัน เมื่อมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 13 กันแล้วเป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ทางด้านใน ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ โจทก์มีสิทธิเรียกเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะได้เฉพาะบนที่ดินที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้เพราะมีที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดทางสาธารณะขวางกั้นอยู่ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินออกสู่ทางสาธารณะบนที่ดินของจำเลยได้ ทั้งนี้ตามนัยมาตรา 1350 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยจะเกี่ยงให้โจทก์ออกสู่ทางสาธารณะโดยให้ผ่านเข้าไปในที่ดินแปลงอื่นซึ่งไม่ใช่ที่ดินที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันหาได้ไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับกันว่าทางเดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 13 ซึ่งเดิมใช้เดินออกสู่ทางสาธารณะทางทิศเหนือคือตามเส้นทางพิพาท คงมีข้อโต้เถียงกันเฉพาะความกว้างของทาง ตามฟ้องโจทก์ว่ากว้าง 2 เมตร แต่จำเลยให้การต่อสู้ว่ากว้างเพียงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ปัญหาจึงมีว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเปิดทางพิพาทได้เท่าใด ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อโจทก์อ้างว่าทางพิพาทกว้าง 2 เมตร จำเลยปฏิเสธว่าไม่กว้างเท่าที่โจทก์อ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์อ้างแต่ปรากฏว่าตามทางนำสืบของโจทก์ คงมีตัวโจทก์คนเดียวเบิกความว่าพาไลกว้าง 2 เมตรเศษ ส่วนจำเลยนอกจากตัวจำเลยแล้วยังมีนางสาวนกเก็ตโหสกุล เบิกความสนับสนุนอีกว่า สะพานพาไลทางเดินกว้างประมาณ1 เมตร พยานจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อยิ่งกว่า จึงเชื่อว่าทางเดินพิพาทกว้างเพียง 1 เมตร ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยเปิดกว้างถึง 2 เมตร ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยเปิดทางเดินที่เคยใช้เดินกว้าง 1 เมตร ยาวตลอดที่ดินโฉนดเลขที่ 4911 ตำบลบางปะกงล่าง อำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านตะวันตกให้โจทก์ใช้เดินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 4912 ของโจทก์ไปสู่ทางสาธารณะทางทิศเหนือได้ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2896/2523 นางสมจิตร ปรีดาธรรม โจทก์ นางนพเก้า ทองดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมจิตร ปรีดาธรรม · จำเลย - นางนพเก้า ทองดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3029/2538ฎีกา 9248/2544ฎีกา 2714/2525ฎีกา 1194/2508ฎีกา 6229/2551ฎีกา 1470/2538ฎีกา 2061/2529ฎีกา 991/2536ฎีกา 464/2540ฎีกา 2041/2541ฎีกา 534/2521ฎีกา 4935/2541ฎีกา 6302/2541ฎีกา 6372/2550ฎีกา 7461/2537ฎีกา 3484-3485/2548ฎีกา 5336/2539ฎีกา 3408/2551ฎีกา 8150/2542ฎีกา 811-812/2540ฎีกา 3210/2522ฎีกา 3261/2527ฎีกา 9308/2539ฎีกา 1232/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา