⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3035/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3035/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ ต้องเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีโดยตรง ผู้ฟ้องคดีจึงจะมีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ตามที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใด การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการจับกุมผู้บุกรุกที่สาธารณะ จึงมิใช่เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โจทก์จึงมิใช่เป็นผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ใหญ่บ้านคนละหมู่บ้าน จำเลยทั้งสองได้พบคนบุกรุกไถทำถ่ายที่ดินสาธารณประโยชน์ จำเลยละเว้นไม่จับกุม เพื่อให้โจทก์เสียหาย ต่อมาจำเลยทั้งสองได้เขียนหนังสือใส่ความโจทก์ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อนายอำเภอซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนว่า โจทก์และครอบครัวบุกรุกไถทำลายที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าว จำเลยรู้อยู่ว่าโจทก์มิได้กระทำผิด และเพื่อให้โจทก์ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง และต้องรับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๗, ๑๕๘, ๑๗๒, ๑๗๔, ๑๒๖, ๙๑, ๕๙ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏในท้องสำนวนว่าการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ตามที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใดเลย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ในการทำความผิดฐานบุกรุกที่สาธารณประโยชน์โดยผู้บุกรุกนั้นๆ การที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการจับกุมผู้บุกรุกจึงมิใช่เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ เพราะผลของการไม่จับกุมมิได้เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เลย การที่จำเลยทั้งสองมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์เป็นผู้กระทำผิดฐานบุกรุกที่สาธารณะเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการกระทำกล่าวมา แม้โจทก์จะได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสองในข้อนี้++ทำให้โจทก์เป็นผู้เสียหายในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ไป+++ไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาฐานกระทำผิดต่อกฎหมายมาตราดังกล่าว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3035/2523 นายตุ้ย สงวนพันธ์ โจทก์ นายบุญธรรม พิมพ์ลี กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตุ้ย สงวนพันธ์ · ล. - นายบุญธรรม พิมพ์ลี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายธานินทร์ อัมพรกลิ่นแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 605/2511ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 1680/2532ฎีกา 7281/2537ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 2747/2529ฎีกา 4209/2567ฎีกา 276/2520ฎีกา 9083/2544ฎีกา 4547/2530ฎีกา 1813/2531ฎีกา 3112/2539ฎีกา 10552/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา