คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3093/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่เจ้าของร่วมได้บันทึกข้อความแสดงเจตนาจะดำเนินคดีอาญาฐานบุกรุก ถือเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว แม้จะมีการผ่อนผันให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปภายในกำหนด ก็เป็นเพียงการรอการดำเนินคดี ไม่ใช่การยินยอมไม่เอาความ
2. ที่ดินที่ถูกน้ำเซาะจนกลายเป็นที่ชายตลิ่ง แต่เจ้าของยังคงใช้สิทธิเป็นเจ้าของและใช้เป็นทางเข้าออกอยู่ ไม่ถือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ย่อคำพิพากษา
เมื่อข้อความในบันทึกตามรายงานประจำวันแสดงถึงเจตนาของโจทก์กับพวกจะว่ากล่าวเอาผิดฐานบุกรุกแก่จำเลยแล้ว ก็ถือได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมได้ร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว แม้จะมีข้อความว่าโจทก์กับพวกผ่อนผันให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปภายในกำหนด 2 เดือนก็ตาม ก็เป็นเพียงรอการดำเนินคดีไว้เท่านั้น หาใช่โจทก์ยินยอมไม่เอาความกับจำเลยต่อไปแต่ประการใดไม่
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทยังเป็นของโจทก์กับพวกอยู่ แม้น้ำจะเซาะที่ดินโจทก์กับพวกตรงที่พิพาทจนกลายสภาพเป็นที่ชายตลิ่งไปแล้วก็ตาม แต่โจทก์กับพวกก็ยังใช้สิทธิเป็นเจ้าของโดยใช้เป็นทางเข้าออกอยู่ มิได้ทอดทิ้งให้เป็นที่สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ที่พิพาทจึงไม่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองทวี ฉายางาม · จำเลย - นางส้มลิ้ม นวลฉวี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา